[Review] MSI GF75 Thin 10SER-222TH Gaming จอใหญ่ สเปคจัดเต็ม CPU Intel Gen 10

MSI GF75 Thin 10SER-222TH Gaming Notebook รุ่นใหม่ล่าสุดของทาง MSI ที่ออกแบบมาให้มีความเพรียวบางและมีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ถึง 17.3 นิ้ว ซึ่งรูปร่างหน้าตาของ MSI GF75 Thin 10SER-222TH จะเหมือนกับ  MSI GF75 Thin 9SC รุ่นก่อนหน้านี้เป๊ะ ๆ แต่สเปคภายในจัดเต็มกว่าเดิม ประเดิมด้วย CPU Intel core i7-10750H Generation 10 ตัวใหม่ล่าสุดของค่าย Intel โดยให้ RAM มา 16 GB (8GB X2) DDR4 2666MHz หน่วยความจุ SSD 512 GB PCIe/NVMe M.2 SSD การ์ดจอ NVIDIA GEFORCE RTX 2060 6 GB GDDR6 หน้าจอ IPS full HD 120 Hz ขนาด 17.3 นิ้ว พร้อม Window 10 แท้ ในราคา 42,900 บาท เป็นยังไงไปดูรีวิวกันได้เลยค่ะ

Specification

CPU: INTEL CORE I7-10750Hภ/
RAM : 16 GB (8GB X2) DDR4 2666MHz
STORAGE : 512 GB PCIe/NVMe M.2 SSD
DISPLAY: 17.3″ FULL HD IPS 120Hz
VGA: NVIDIA GEFORCE RTX 2060 6 GB GDDR6
OS: WINDOWS 10 HOME

Design

หลาย ๆ คนพอพูดถึง Gaming notebook ก็คงเห็นภาพ Notebook ที่ใหญ่ ๆ หนา ๆ ใช่ไหมคะ แต่ช้าก่อน MSI GF75 Thin 10SER-222TH ไม่นะจ๊ะ เพราะเค้าเป็น Gaming notebook ที่ถูกออกแบบมาเน้นความบางเป็นพิเศษ ด้วยขนาดตัวเครื่องมีความบางเพียง 22~23.1 มิลลิเมตรเท่านั้น การพกพาจึงสะดวกกว่า Gaming Notebook รุ่นอื่นๆ โดยวัสดุตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมขัดเสี้ยน HAIR-BRUSHED ที่เน้นความเรียบแต่สวยล้ำสมัย พร้อมมี Logo มังกรแดงอยู่ตรงกลาง

และ MSI GF75 Thin 10SER-222TH ยังได้พัฒนาแกนฝาพับมาใหม่ให้มีความแข็งแรงทนทานขึ้นกว่าเดิม จึงคลายกังวลเรื่องฝาพับไปได้พอสมควร ไม่เพียงเท่านี้ MSI ยังใส่เทคโนโลยี ERGONOMIC DESIGN มาด้วย นั่นคือเมื่อเปิดบานฝากพับขึ้นมาตัวเครื่องจะถูกยกขึ้นมาประมาณ 3 องศา เพื่อให้ลมสามารถลอดผ่านด้านใต้ตัวเครื่องได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนจากตัวเครื่องอีกด้วย

และเมื่อเปิดฝาพับขึ้นมาก็จะพบกับหน้าจอ IPS Full HD 120 Hz ขนาด 17.3  นิ้ว เป็นหน้าจอแบบขอบบาง  Thin Bezel design ทั้ง 4 ด้าน จึงทำให้มุมมองภาพที่ได้กว้างมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังได้ทำการพัฒนาหน้าจอให้มีความเร็ว Refresh rate มากขึ้นเป็น 120 Hz จากแต่เดิมที่มีความเร็ว Refresh rate เพียง 60 Hz เท่านั้น ทำให้มิติการมองภาพลื่นไหลมากยิ่งขึ้น และเมื่อนำไปใช้เล่นเกมแล้วละก็ ถือว่าสบายตามากขึ้นทีเดียวเลยค่ะ

ด้านล่างของจอมี Logo MSI อยู่ตรงกลาง

โดยหน้าจอให้ขอบเขตสี sRGB 64% หากใครจะนำไปใช้งานตกแต่งภาพด้านสีสัน อาจจะไม่แนะนำเท่าไหร่นัก แต่หากใครไม่ซีเรียสเรื่องขอบเขตสี ตัวนี้ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถใช้ทำงานตกแต่งภาพได้เช่นกัน

ถัดมาระหว่างหน้าจอและตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อนซ่อนอยู่ 2 ช่อง ซึ่งส่วนใหญ่ Notebook ที่ Design มาในรูปแบบของ ERGONOMIC นั้น มักจะทำการซ่อนช่องระบายความร้อนไว้ในส่วนนี้

พื้นผิวตัวเครื่องทำลวดลายปัดเสี่ยนมาอย่างสวยงาม ในส่วนของ Keyboard เป็นแบบ Full key 104 ปุ่ม ที่ออกแบบ Lay out มาได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ สามารถพิมพ์ได้อย่างถนัดมือ อีกทั้งตัวปุ่มเป็นสีดำตัดขอบแดงให้ความรู้สึกเป็น Gamer สุด ๆ ไม่เพียงเท่านี้ตัวคีย์บอร์ดยังมีไฟ LED มาให้ที่สามารถปรับลดแสงไฟได้ถึง 3 ระดับ และที่สำคัญเมื่อกดปุ่ม F7 ก็จะสามารถเข้าซอฟต์แวร์ MSI Dragon center เพื่อไปปรับแต่งโหมดการใช้งานต่าง ๆ ของตัวเครื่องได้โดยง่ายเลย

ปุ่ม Power ถูกจัดไว้อยู่ตรงตรงกลางของตัวเครื่อง พร้อมมีไฟแสดงสถานะอยู่ด้านข้าง

ถัดมาในส่วนของ Touchpad เป็นแบบซ่อนปุ่ม และที่สำคัญถูกออกแบบมาให้ไม่อมลายนิ้วมืออีกด้วย

ในส่วนของมีสติ๊กเกอร์มี สติ๊กเกอร์ Intel Core i7 Gen 10th และ NVIDIA GeForce RTX อยู่ทางซ้ายมือ

ต่อมาด้านซ้ายของตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อน 1 ช่อง พร้อม port การเชื่อมต่อ 2x USB 3.1 Type-A, 1x USB 3.1 Type-C

ส่วนด้านขวาของตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อน 1 ช่อง พร้อม port การเชื่อมต่อดังนี้  RJ45 portland, 1x USB 3.1 Type-C, 1x USB 3.1 Type-A, jack 3.5 mic and headphone, Kensington lock

ส่วนด้านหลังของตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อนอยู่ 2 ช่อง ทางฝั่งซ้ายละขวา โดยรวมแล้วตัวเครื่องมีช่องระบายความร้อนทั้งหมด 4 ช่องด้วยกัน

ด้านใต้ของตัวเครื่องมีตะแกรงดูดลมเข้าขนาดใหญ่ทำลวดลายตัดขอบกันได้สวยงามลงตัว สามารถมองทะลุเข้าไปเห็นด้านในตัวเครื่องอีกด้วย

และบริเวณมุมซ้ายและขวามีช่องลำโพงอยู่ ซึ่งระบบลำโพงมาจาก Nahimic 3 รายละเอียดเสียงที่ได้ชัดพอสมควรค่ะ

ตัวเครื่องภายในถูกออกแบบมาเพื่อเน้นเรื่องระบายความร้อนเป็นหลัก ถ้าเทียบกับ MSI GF75 9SC รุ่นที่แล้วเรียกได้ว่าแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย MSI GF75 10SER-222TH ได้ออกแบบระบบรายความร้อนรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของ CPU และ GPU โดยใช้ระบบ Cooler boost 5 ที่มาพร้อมกับพัดลม 2 ตัว และมี Heat pipe มากให้ถึง 7 เส้น ไม่เพียงเท่านี้ยังมีคีบ Fin ระบายความร้อนอีก 4 ตัว ด้วยกัน เรียกได้ว่าจัดเต็มเลยทีเดียวค่ะ ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการระบายความร้อนจะไปเป็นอย่างไรนั้นให้ดูที่ผลเทสอีกที

การอัพเกรด

  • RAM จากเดิมให้มาแล้ว 16 GB โดยเป็น 8 GB 2 แถว สามารถอัพเกรดได้สูงสุดถึง 64 GB (32 GB 2 แถว)
  • SSD จากเดิมให้มาแล้ว 512 GB PCIe/NVMe M.2 SSD สามารถอัพเกรด SSD 2.5 นิ้วได้ 1 ช่อง

ในส่วนของแบตเตอรี่เป็น Lithium ion เรียกได้ว่ามีขนาดใหญ่มาก และหากอยู่ใน Stand by mode สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 7 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ช่องลำโพงอยู่มุมซ้ายและขวาของตัวเครื่อง

MSI GF75 Thin 10SER-222TH มาพร้อมกับซอฟต์แวร์อัจฉริยะ MSI Dragon center ที่สามารถปรับแต่ง Mode ต่าง ๆ ของตัวเครื่องให้เป็นไปตามการใช้งานของเราได้ ซึ่งแน่นอนว่าการปรับแต่งซอฟต์แวร์นี้ก็จะมีส่วนช่วยรีดประสิทธิภาพของตัวเครื่องให้สูงขึ้นอีกด้วย

การออกแบบตัวเครื่องโดยรวม MSI GF75 Thin 10SER-222TH ถือเป็น Gaming notebook ที่มีหน้าจอใหญ่ แต่เพรียวบาง ด้วยขนาดความหนาเพียง 22~23.1 มิลลิเมตร ถือว่าบางกว่า Gaming notebook ทั่วไปถึง 16% อีกทั้งน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัมเท่านั้น น้ำหนักเบากว่า Gaming notebook ทั่วไปถึง 15% เลยทีเดียว โดยขนาด Adaptor ที่ให้มายังคงสไตล์ Gaming ทั่วไปคือมีขนาค่อนข้างใหญ่ อันเนื่องมาจากตัวเครื่องต้องใช้พลังงานมากนั่นเอง ไม่เพียงเท่านี้การออกแบบยังเน้นเรื่องการระบายความร้อนเป็นพิเศษ โดยให้ช่องระบายความร้องมาถึง 4 ช่องด้วยกัน จึงหายห่วงเรื่องการระบายความร้อนได้เลย

Performance

สเปค MSI GF75 Thin 10SER-222TH เรียกได้ว่าจัดเต็ม ประเดิมด้วยชิปประมวลผลของค่าย Intel Generation 10 ตัวใหม่ล่าสุด ด้วย CPU Intel core i7-10750H  6 cores 12 Threads ที่มีความเร็ว Base clocks ที่ 2.6 GHz Boots clocks ที่ 5.0 GHz จากความแรงของ CPU แล้ว สามารถนำไปทำงานด้าน Ps, Ai, ตัดต่อวีดีโอระดับ 4 K, หรือจะเป็นออกแบบด้านงานสถาปัตย์ก็สามารถทำได้อย่างสบาย ๆ เลยทีเดียว

RAM ให้มา 16 GB DDR4 2666MHz

ในส่วนของประสิทธิภาพ CPU พบว่ามีความแรงน้อยกว่า CPU Intel core i7-8700K เพียง 10% เท่านั้น เรียกได้ว่าแทบจะเทียบเท่าเลยทีเดียว

ในส่วนของการ์ดจอใช้เป็น NVIDIA GEFORCE RTX 2060 6 GB GDDR6 มี Shaders ที่ 1920

ประสิทธิภาพความเร็ว SSD 512 GB PCIe/NVMe M.2 SSD มีความเร็ว Read ที 1981 MB/s ความเร็ว Write ที่ 1228 MB/s

การทดสอบ Battery ด้วย Program Battery monitoring พบว่าหากนำไปใช้งานเล่นเกม เล่น Internet ด้วยแล้ว ตัวแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง

สำหรับการทดสอบ CPU จาก CINEBENCH R20 ทำคะแนนได้สูงถึงที่ 2,418 PTS อุณหภูมิ CPU ความร้อนสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 95 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ Idle อยู่ที่ 50-60 องศาสเซลเซียส ความเร็ว CPU สูงสุดอยู่ที่ 3.3-3.4 GHz เรียกได้ว่าหายห่วงเรื่องความเร็วไปได้เลย เพราะ CPU ทำงานได้เร็ว ลื่นไหลเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่จะนำไปทำงานทางด้าน Photoshop, Illustrator, ตัดต่อวีดีโอ แนะนำตัวนี้เลยสเปกที่ให้มาเหลือ ๆ เลยค่ะ

สำหรับการทดสอบ 3D Mark Fire Strike สามารถทำคะแนนได้สูงถึง 14,798 คะแนน และมี Graphic Score อยู่ที่ 16,370 คะแนน ในส่วนของอุณหภูมิสูงสุดของ CPU อยู่ที่ 96 องศาเซลเซียส ค่อนข้างสูงพอสมควร ส่วนของการ์ดจออุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 60 องศาเซลเซียสเท่านั้น การระบายความร้อนของการ์ดจอค่อนข้างดีเลยทีเดียว

การเล่นเกม PUBG  ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิคไปที่ความละเอียดระดับ Ultra Full HD สามารถเล่นได้ที่เฟรมเรตเฉลี่ย 70-100 FPS เล่นได้อย่างลื่นไหล อุณหภูมิ CPU อยู่ที่ 96 องศาเซลเซียส กิน CPU ไปประมาณ 40% เท่านั้น อุณหภูมิการ์ดจออยู่ที่ 81 องศาเซลเซียส ใช้แรมไป 8.6 GB เท่านั้น  ใครที่กลัวว่า Notebook ตัวนี้จะดันหน้าจอ 120 Hz ไม่ไหว ก็ไม่ต้องกังวลเลย อีกทั้งยังสามารถนำไปสตรีมเกมด้วย PUBG ได้แบบสบาย ๆ

การเล่นเกม Call Of Duty  ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิกไปที่ความละเอียดระดับ Full HD ระดับ high สามารถเล่นได้อย่างสบายเช่นกัน เฟรมเรตวิ่งที่ประมาณ 80-100 FPS อุณหภูมิ CPU อยู่ที่ 96 องศาเซลเซียส กิน CPU ไปประมาณ 50% อุณหภูมิการ์ดจออยู่ที่ 82 องศาเซลเซียส ใช้แรมไป 12 GB เลยทีเดียว แต่ยังไงก็ถือว่าเล่นได้อย่างสบาย ๆ และการทำงานของ CPU ก็ยังเหลือเพียงพอที่จะนำไปสตรีมเกม Call Of Duty ได้อีกด้วย

การเล่นเกม BattleField 5 ที่ขึ้นชื่อว่ากินสเปคโหด ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิกไปที่ความละเอียดระดับ Full HD ระดับ Ultra เปิด DirectX12 เปิด DXR สามารถเล่นได้อย่างสบายเลยค่ะ เฟรมเรตวิ่งที่ประมาณ 90-110 FPS อุณหภูมิ CPU อยู่ที่ 96 องศาเซลเซียส กิน CPU ไปประมาณ 70-80% ส่วนอุณหภูมิการ์ดจออยู่ที่ 68 องศาเซลเซียส ใช้แรมไป 10 GB ซึ่งสามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล แต่ไม่แนะนำให้สตรีมด้วยเกมนี้ค่ะ เพราะ CPU ทำงานไม่เพียงพอ

โดยรวมแล้ว MSI GF75 Thin 10SER-222TH เรียกได้ว่าเป็น Gaming notebook ที่จอใหญ่ เพรียวบาง และเบา สามารถพกพาได้สะดวก แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นาน 4-6 ชั่วโมง สำหรับใครที่จะนำไปใช้งานด้าน Ps, Ai, ตัดต่อวีดีโอระดับ 4 K, งานทางด้านสถาปัตย์ ก็แนะนำเลยค่ะ หรือหากใครจะนำไปตกแต่งภาพ โดยต่อเข้ากับจอที่มีขอบเขตสีกว้าง ๆ ก็ได้อีกเช่นกัน ด้วยสเปคเครื่องที่ให้มาสามารถทำได้อย่างสบาย ๆ ดังนั้น MSI GF75 Thin 10SER-222TH ถือว่านำไปใช้งานได้ค่อนข้างหลากหลายเลยทีเดียว รวมทั้งสามารถนำไปเล่นเกมได้เกือบทุกชนิดอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ในอนาคตหากใครคิดว่าสเปคที่มีไม่เพียงพอ ก็สามารถอัพเกรดสเปคเพิ่มเติมได้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวที่คุ้มค่ามากเลยค่ะ

ข้อดี
  1. หน้าจอใหญ่
  2. รูปร่างเพรียวบาง
  3. น้ำหนักเบา
  4. สามารถอัพเกรดสเปคเพิ่มเติมได้
ข้อสังเกตุ
  1. อุณหภูมิ CPU ค่อนข้างสูง
  2. ของเขตสีให้มาไม่กว่างเท่าไหร่ ไม่เหมาะแก่นำไปใช้งานด้านตกแต่งภาพ

รีวิวเพิ่มเติม:

Facebook Comments