[Review] Lenovo Legion 7i อาวุธหนักที่เกิดมาเพื่อทำลายล้าง สุดยอดโน้ตบุ๊คแห่งปี 2020

สุดยอดโน้ตบุ๊คแห่งปี 2020 ต้องยกให้กับ Lenovo Legion 7i อาวุธหนักที่เกิดมาเพื่อทำลายล้าง เต็มเปี่ยมด้วยขุมทรัพย์แห่งพลังที่พร้อมเผชิญศึกทุกสถานการณ์ โดยวันนี้ที่เราได้มารีวิวนั้นถือเป็นตัว Top สุดของ Series ที่ได้รวบรวมสเปคสุดเทพของแต่ละ module ไว้แล้ว เริ่มที่ชิปประมวลผลจาก CPU Intel Core™ i9-10980HK ตัว Top สุด ตามมาด้วยการ์ดจอ NVIDIA® GeForce RTX™ 2080 SUPER Max Q Design ซึ่งเป็นสุดยอดการ์ดจอแห่งปี 2020 มาพร้อม RAM 32 GB DDR4 ให้ความจุ SSD PCIe 1 TB และหน้าจอ IPS สุดเทพขนาด 15.6″ FHD ที่มี Refresh rate สูงถึง 240 Hz อีกด้วย แถม Window 10 แท้ในตัว รับประกันแบบ Unbeatable protection 2 Years ในราคา 99,990 บาท จะเทพขนาดไหนดูรีวิวได้เลยค่ะ

Specification

CPU: Intel Core™ i9-10980HK

Memory: 32 GB DDR4

Storage:  SSD PCIe 1 TB

VGA: NVIDIA® GeForce RTX™ 2080 SUPER Max Q Design

Display: 15.6″ FHD (1920 x 1080) IPS  240 Hz

OS: Window 10

Warranty: Unbeatable protection 2 Years

Design

การออกแบบ Lenovo Legion 7i รูปร่างหน้าตายังคงมาในโทนเรียบง่ายตามสไตล์ Lenovo โดยตัวเครื่องทำจากวัสดุอลูมิเนียมคุณภาพสูง มาในโทนสี slate gray บริเวณมุมด้านบนมีโลโก้ LEGION ระบุไว้ถือเป็นเอกลักษณ์ของรุ่นนี้ และที่พิเศษก็คือตำแหน่งตัว Y ของ logo เป็นไฟ RGB มาให้ ซึ่งมันจะเล่นสีตามที่เราตั้งค่าไว้อีกด้วย

แกนฝาพับเป็นแบบ 2 layer เหมือนเอาสมุดมาวางซ้อนกัน พร้อมติดตั้งแกนโลหะที่มีความแข็งแรงทนทานไว้ด้านบน ซึ่งข้อดีคือมันจะทำให้ตัวเครื่องสามารถกางได้สูงสุดถึง 360 องศาเลยทีเดียว

ถัดมาในส่วนของหน้าจอสุดเทพของ Lenovo Legion 7i  ให้มาเป็นหน้าจอ IPS ขนาด 15.6 นิ้วแบบ Full HD 1920 x 1080 ที่มี Refresh rate สูงถึง 240 Hz บนความสว่าง 500 nits และอัตราการตอบสนองต่ำกว่า 1 ms เท่านั้นยัังไม่พอยังให้ขอบเขตสีสัน sRGB มา 100% และ VESA DisplayHDR 400 ไว้อีกด้วย ผสานกับเทคโนโลยี Dolby Vision ที่มีมาให้ แน่นอนว่าทั้งหมดนี้จะทำให้การแสดงผลของจอภาพที่ได้ มีความคมชัดจัดจ้าน สวยคมสมจริง อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บวกกับอัตรารีเฟรชเรตที่สูง การแสดงผลของหน้าจอจึงทำได้อย่างลื่นไหลและที่สำคัญยังรองรับ NVIDIA G-Sync อีกด้วย ไม่ธรรมดาเลยใช่ไหมคะ

หน้าจอเป็นแบบขอบบาง ผิวด้าน ลดการสะท้อนของแสงได้เป็นอย่างดี และด้วยคุณสมบัติต่าง ๆ ที่กล่าวมา Lenovo Legion 7i จึงเหมาะแก่การนำไปเล่นเกมเป็นอย่างยิ่ง ไม่เพียงเท่านี้ยังเหมาะแก่การนำไปทำงานด้านสีสัน เช่น ตกแต่งภาพ ออกแบบ artwork ต่าง ๆ งาน 2D 3D ก็สามารถทำได้อย่างสบาย ๆ ลองจินตนาการดูสิคะ ถ้า Lenovo Legion 7i มาอยู่ตรงหน้าเรา มันจะดีขนาดไหน

ขึ้นชื่อว่า Gaming notebook จะขาดสิ่งนี้ไปได้อย่างไร นั้นคือตัวกล้องเว็บแคมนั่นเอง แน่นอนว่าราคาระดับนี้แล้วก็ไม่ต้องกังวลใจไปเพราะ Lenovo Legion 7i ยังคงให้ตัวกล้องเว็บแคมและไมโครโฟนมาเหมือนเดิมค่ะ เพิ่มเติมคือตัวกล้องเว็บแคมมีปุ่ม mechanical lock มาให้ เพื่อให้เราสามารถเปิด/ปิด กล้องได้ด้วยตัวเราเองป้องกันเหล่า Hacker มาแอบเปิดกล้องเรานั่นเอง เพิ่มความ Security ไปอีกหนึ่งระดับ

ถัดมาในส่วนของ Panel keyboard เป็น TrueStrike ที่วาง layout มาอย่างดี ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ Lenovo เท่านั้น ที่มี key travel เพียง 1.3mm และยังเป็น RGB Keybaord ที่สามารถปรับแต่งสีสันได้กว่า 16 ล้านสี ด้วยซอฟแวร์ Corsair®iCUE support ที่ให้มาในตัวเครื่อง สัมผัสการพิมพ์ทำได้อย่างสนุกมือ

พร้อมมี Key ลัด Fn + Q  ช่วยให้เราสามารถปรับแต่ง mode ต่าง ๆ ของตัวเครื่องได้อย่างง่ายดาย

และที่เห็นเป็นจุด ๆ ด้านบนนั้นไม่ใช่ช่องลำโพงแต่อย่างใด แต่มันคือแผงระบายความร้อนค่ะ โดยปุ่ม Power ก็จะอยู่ตำแหน่งนี้ด้วย

ในส่วนของ Touchpad เป็นแบบซ่อนปุ่ม ถูกติดตั้งมาอย่างแน่นหนา สัมผัสการ Touch ทำได้อย่างลื่นไหล สัมผัสได้ถึงความ premium

และที่สำคัญในเรื่องของการรับประกัน Lenovo ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน โดย Lenovo Legion 7i มีการรับประกันแบบ Unbeatable protection ยาวนานถึง 2 ปีเลยทีเดียว นั่นคือเราสามารถนำโน้ตนุ๊คเข้าศูนย์บริการต่าง ๆ ของ Lenovo ได้ทั่วโลก และซ่อมฟรีตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 2 ปี ไม่เพียงเท่านี้เค้ายังมีบริการ Call center ที่ให้บริการโดยทีมผู้เชี่ยวชาญตลอด 24 ชั่วโมงในทุก ๆ วันอีกด้วย สุดยอดไปเลยค่ะ ดังนั้นเราจึงหายห่วงเรื่องบริการหลังการขายของ Lenovo ไปได้เลย

ในส่วนของช่องระบายความร้อน Lenovo Legion 7i มีมาให้ถึง 4 ช่องด้วยกัน นั้นคือด้านหลังตัวเครื่อง 2 ช่อง และด้านข้างตัวเครื่องฝั่งซ้ายละขวาอย่างละ 1 ช่อง รวมแล้วทั้งหมดมี 4 ช่องด้วยกัน และที่พิเศษก็คือ ช่องระบายความร้อนที่อยู่บริเวณด้านหลังตัวเครื่องมีไฟ RGB มาให้เพิ่มลูกเล่นให้กับตัวเครื่องอีกด้วย

ในส่วนของ Port การเชื่อมต่อ Lenovo Legion 7i ก็มีมาให้อย่างจุใจ โดย Port การเชื่อมต่อส่วนใหญ่จะถูกย้ายไปอยู่ด้านหลังตัวเครื่อง ซึ่งมีข้อดีคือ มันช่วยประหยังพื้นที่ด้านข้างตัวเครื่อง และทำให้ไม่เกะกะมือเวลาใช้งานอีกด้วย ถือว่า Lenovo Legion 7i ทำการออกแบบมาได้ดีเลยดีเดียวค่ะ

พอร์ตด้านขวา:
USB 3.1 Gen 1*
พอร์ตด้านหลัง:
2 x USB 3.1 Gen 2**
1 x HDMI™ 2.0
1 x RJ45 Ethernet
1 x Kensington®lock slot
1 x Power-in
พอร์ตด้านซ้าย:
Thunderbolt™ 3 Type-C™ (Thunderbolt™, DisplayPort™, USB 3.1, HDMI™)
USB-C (DisplayPort™ 1.4, USB 3.1 Gen 1*)
Headphone / mic combo

ในส่วนด้านใต้ตัวเครื่องมาในแนวเรียบเช่นกัน โดย Lenovo Legion 7i ได้เจาะช่วงระบายความร้อนไว้ ซึ่งตำแหน่งนี้ก็จะตรงกับตำแหน่งของพัดลมที่อยู่ภายในตัวเครื่องอีกด้วย

ในส่วนของช่องลำโพงอยู่บริเวณใต้ตัวเครื่อง ซึ่งจะต่างกับยี่ห้ออื่นไปสักหน่อยที่ลำโพงจะอยู่ด้านข้าง ในจุดนี้มีข้อสังเกตคือหากเราไปไปเล่นบนตักหรือบนเตียง มันอาจจะไปปิดรูลำโพงเอาได้

และรอบ ๆ ตัวเครื่อง Lenovo Legion 7i ยังล้อมรอบไปด้วยแสงไฟ RGB ถูกใจคนรักแสงไฟอย่างแน่นอน

ถัดมาในส่วนสำคัญนั่นคือสถาปัตยกรรมภายในตัวเครื่อง ถูกจัดเรียงมาอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยความสไตล์ Lenovo โดย Lenovo Legion 7i  ใช้ระบบระบายความร้อน Lenovo Legion Coldfront 2.0 ที่ประกอบด้วย Heat pipe ที่ทำหน้าที่ส่งผ่านความร้อนจาก CPU และ GPU ไปยังชุดฟินขนาดใหญ่ 4 ตัวด้วยกัน ระบบพัดลมคู่ที่เคลือบลิควิดคริสตัลโพลีเมอร์ 73  ใบ ที่ช่วยให้การระบายความร้อนทำได้ดีและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การจัดตำแหน่ง Layout ต่าง ๆ ทำได้ดีเลยทีเดียวค่ะ ส่วนประสิทธิภาพการระบายความร้อนจะเป็นยังไงนั้นติดตามที่ผลเทส Performance ด้านล่างได้เลย

และที่พิเศษเค้ายังมีเทคโนโลยีรองรับ Wifi 6 มาให้อีกด้วย ซึ่งตัว Wifi 6 นี้ก็จะทำให้การตอบสนองต่าง ๆ ทำได้รวดเร็วขึ้นละยังช่วยลด latency ในการรับส่งข้อมูลอีกด้วย เรียกได้ว่าล้ำสุด ๆ ไปเลยค่ะ

การอัพเกรด

Ram แต่เดิมให้มาแล้ว 32 GB มี Slot ให้ใส่ 2 ช่อง สามารถอัพเกรดเพิ่มได้สูงสุด 64 GB

SSD จากเดิมให้มาแล้ว 1 TB PCle สามารถอัพเกรดเพิ่มเติมเป็น SSD M.2 ได้อีก 1 ช่อง

ในส่วนของระบบลำโพงมาจาก Dolby Atmos พร้อมลำโพงคู่ที่บูตด้วย smart amplifiers และ Dolby(r) Atmos Speaker System ในรูปแบบของ sound chambers ทำให้เสียงที่ได้ดังกระหื่ม เสียงเบสชัด หนัก คุณภาพเสียงที่ได้ดีเลยทีเดียวค่ะ

ในส่วนของแบตเตอรี่เป็นแบบ Li-Polymer ขนาด 80Whr ที่มีเทคโนโยลี Rapid Charge Pro ที่ชาร์จไว 0-50% ภายในระยะเวลาไม่ถึง 30 นาทีอีกด้วย นอกจากนี้ยังมี Hybrid Mode และเทคโนโลยี Advanced Optimus ที่สามารถสลับการใช้กราฟิกแบบในตัวและแบบแยกได้อย่างอัจฉริยะ เพื่อยืดระยะการใช้งานแบตเตอรี่ให้เราอีกด้วย

โดยตัว Adaptor ที่ให้มาเป็นแบบ 230 W น้ำหนักตัว Adaptor อยู่ที่ 0.6 kg และตัวเครื่องมีน้ำหนักอยู่ที่ 2.5 kg เมื่อรวมกันแล้วน้ำหนักที่ได้ประมาณ 3.1 kg ถ้าเทียบกับสเปคที่ได้แล้วถือว่าสมเหตุสมผล ไม่หนักจนเกินไปค่ะ

โดยรวมแล้วเรื่องการออกแบบ Lenovo legion 7i ทั้งภายในและภายนอกทำออกมาได้อย่างเรียบหรูไม่ gaming จ๋าตามสไตล์ Lenovo สามารถถือไปทำงานได้อย่างไม่เคอะเขิน และด้วยสเปคหน้าจอที่ให้มาจึงสามารถนำไปทำงานด้านสีสันได้อย่างสีประสิทธิภาพ และที่สำคัญนำไปเล่นเกมส์ก็ทำได้อย่างลื่นไหล ได้ภาพสวย คมชัด ถูกใจคอเกมเมอร์อย่างแน่นอน อีกทั้งสถาปัตยกรรมภายในที่ให้มาถือว่าได้รวบรวมตัว Top ทุกแขนงมาไว้ในนี้แล้ว และยังมีพื้นที่ให้เอื่อต่อการอัพเกรดเพิ่มเติมอีกด้วย ถือว่าซื้อทีเดียวจบเลยก็ว่าได้

Performance

Lenovo legion 7i ถือเป็นตัว Top แห่งปี 2020 เลยก็ว่าได้ โดยสเปคที่ให้มาเป็นการรวบรวมเหล่าตัว Top ของทุก Item มาไว้ในนี้แล้ว ซื้อครั้งเดียวจบ โดย Lenovo legion 7i มาพร้อมชิปประมวลผลจากค่าย Intel โดยใช้เป็น CPU Intel Core i9 10980HK  แบบ 8 Cores 16 Threads ด้วยเทคโนโลยี 14 nm ที่สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 5.3 GHz  เลยทีเดียว

ส่วนการ์ดจอเป็นของ NVIDIA GeForce®RTX 2080 SUPER™ พร้อม Max Q Design ที่ได้รับรางวัลชั้นนำการันตีมาแล้วว่าดีที่สุดในยุคนี้ ด้วยประสิทธิภาพของการ์ดจอเมื่อจับคู่กับ CPU Intel Core i9 10980HK แล้ว จึงทำให้ภาพที่ได้สามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วและลื่นไหล ภาพสวยงามสมจริง ไม่มีสะดุด สุดยอดไปเลยค่ะ

 

ในส่วนของ SSD Raid 0 เป็นของ SK Hynix ให้มาที่ 1 TB ทดสอบด้วย Program AS SSD Benchmark ให้ความเร็วในการ Read ที่ 2763 MB/s ความเร็ว Write ที่ 2276 MB/s

ในส่วนของการทดสอบแบตเตอรี่ด้วย Program Battert monitoring พบว่าตัวแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 4 Hr.

สำหรับการทดสอบขอบเขตสีสันหน้าจอด้วยโปรแกรม SpyderXPro 5.4 พบว่าให้ขอบเขตสีสัน sRGB 100% , AdobeRGB 98% และให้ค่า NTSC สูงถึง 92% เลยทีเดียว จึงมั่งในได้ว่าหน้าจอที่ให้มาสามารถนำไปทำงานด้านสีสัน ตกแต่งภาพ Artwork งานสเกลใหญ่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับการทดสอบ CPU จาก CINEBENCH R20 ทำคะแนนได้สูงถึงที่ 3791 PTS โดย CPU มีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 94 องศาเซลเซียส ความเร็ว CPU ขนาดการทดสอบอยู่ที่ 3.5-3.6 GHz ส่วนอุณหภูมิ Idle ขณะเปิดเครื่องไว้เฉย ๆ อยู่ที่ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส ถือว่าเครื่องเย็นมากเลยทีเดียว

สำหรับการทดสอบ 3D Mark Fire Strike สามารถทำคะแนนได้สูงถึง 18,642 คะแนน และมี Graphics Score อยู่ที่ 20,914 คะแนน มีอุณหภูมิ CPU สูงสุดอยู่ที่ 90 องศาเซลเซียสถือว่าค่อนข้างสูง และทำความเร็วในช่วง physics test เฉลี่ยอยู่ที่ 4.2-4.3 GHz จะเห็นได้ว่าแม้อุณหภูมิ CPU จะค่อนข้างสูงแต่ถ้าเทียบกับความเร็ว CPU ที่ได้มานั้นถือว่าเป็นเรื่องปกติและอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเลยทีเดียวค่ะ อีกทั้งถ้าสังเกตดูเส้นสีม่วง จะเห็นได้ว่าเส้นนิ่งและตรง นั่นบ่งบอกถึงประสิทธภาพการระบายความร้อนทำได้อย่างดีเยี่ยม ไม่มีอาการ Thermal Throttling แต่อย่างใดของชื่นชมทาง Lenovo เลยค่ะ

การเล่นเกม PUBG  ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิคทั้งหมดเป็นระดับ Ultra Full HD พบว่าสามารถทำเฟรมเรตเฉลี่ยขณะเล่นเกมได้ที่ 130-180 FPS ใช้งาน CPU ไป 23% เท่านั้น เราสามารถนำพื้นที่ CPU ที่เหลือนี้ไปสตรีมเกมได้อย่างสบาย ๆ  อุณหภูมิ CPU อยู่ที่ 90 องศาเซลเซียสเลยทีเดียวถือว่าค่อนข้างสูง ในส่วนของอุณหภูมิการ์ดจออยู่ที่ 74 องศาเซลเซียสเลย การ์ดจอทำงานเต็มที่เกือบ 100% ไม่พบอาการคอขวดแต่อย่างใด กิน RAM ไปเพียง 10 GB จะเห็นได้ว่าพื้นที่ CPU เหลือ ๆ สามารถนำไปสตรีมเกมได้อย่างสบาย ๆ จะเปิด Youtube ฟังเพลงไปด้วยยังได้ หรือเปิดโปรแกรมอัดหน้าจอเกมได้อีกด้วย

การเล่นเกม Call Of Duty warzone ขึ้นชื่อการกินสเปค RAM เป็นอย่างมาก ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิกไปที่ความละเอียดระดับ Ultra Full HD เปิด DX12 ปิด V sync สามารถเล่นได้อย่างสบายเช่นกัน เฟรมเรตวิ่งที่ประมาณ 120 – 140 FPS กิน CPU ไปประมาณ 44% เท่านั้น อุณหภูมิ CPU อยู่ที่ประมาณ 80 – 90 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิการ์ดจออยู่ที่ 72 องศาเซลเซียส ทำงานเต็มที่เกือบ 100% เช่นกัน กิน RAM ไปเกือบ 16 GB โหดมากเลยทีเดียว ซึ่ง RAM ที่ให้มาเรียกได้ว่าเหลือ ๆ สามารถเล่นได้ลื่นไหล ส่วนใครจะทำไปสตรีมก็ยังสามารถทำได้อย่างสบาย ๆ CPU เหลือ ๆ ค่ะ

โดยรวมแล้วสำหรับการทดสอบประสิทธิภาพถือว่า Lenovo legion 7i ทำออกมาได้ดีมากเลยทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะการเล่นเกมสามารถได้เฟรมเรตได้ค่อนข้างสูง เล่นได้อย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด อีกทั้ง CPU และ RAM ยังมีพื้นที่ว่างเหลือ ๆ ให้เราสามารถนำไปสตรีมเกม ต่อจอแยก หรือนำไปเปิด Program อื่น ๆ ควบคู่กันไปได้อีกด้วย และแน่นอนว่ามันสามารถเล่นได้ทุกเกมบนโลกใบนี้ได้และยังรองรับเกมที่กำลังจะมาในอนาคตได้อีกด้วยค่ะ ส่วนเรื่องประสิทธิภาพการนำไปทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหนัก ๆ อย่าง ออกแบบงาน Artwork สเกลใหญ่ ๆ ตกแต่งภาพ เขียน Program งานเอกสาร สามารถทำได้หมด หรืองานตัดต่อวีดีโอระดับ 4 K ที่ต้อง Rendor งานหนัก ๆ ตัวนี้สามารถทำได้อย่างสบาย ๆ หรือใครจะนำไปทำงาน 3D ไม่หนักมากก็สามารถทำได้เช่นกัน ดังนั้น Lenovo legion 7i จึงเหมาะกับกลุ่มคนทุกสายอาชีพที่ต้องการโน้ตบุ๊คระดับ Premium สักเครื่องที่เอาไว้ทำงานก็ได้ เล่นเกมก็ดี เราขอแนะนำเลยค่ะ และที่สำคัญ Lenovo legion 7i ได้วางจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อย อีกทั้งยังมีสเปกให้เลือกสรรได้หลากหลายได้ตามที่ใจเราต้องการอีกด้วย หากใครสนใจสามารถเข้าชมได้ที่เว็บไซต์ร้านค้าชั้นนำได้เลยค่ะ

 

ข้อดี
  1. สเปคแรงซื้อครั้งเดียว จบ ครบ
  2. ขอบเขตสีกว้าง หน้าจอใช้ทำงานได้จริง
  3. มีไฟ RGB ให้รอบตัวเครื่อง
  4. ระบบระบายความร้อนทำได้ดีเยี่ยม
  5. อัพเกรดเพิ่มเติมได้
ข้อสังเกต
  1. น้ำหนักค่อนข้างมาก
  2. ราคาค่อนข้างสูง
Facebook Comments