[Review] Lenovo Ideapad L340 Gaming เรียบง่ายในงบไม่ถึง 2 หมื่น

Lenovo Idealpad L340 เป็น Gaming Notebook สไตล์เรียบๆ มาพร้อมกับ CPU intel core I5-9400H การ์ดจอ NVIDIA GTX1050 3 GB แรม 8 GB DDR4 bus 2400 พื้นที่เก็บข้อมูล HDD 1 TB หน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว Full HD IPS 60 Hz  แถม Window 10 แท้ติดเข้ามาในตัวเครื่อง รับประกันแบบ on site service นานถึง 3 ปี ทั้งหมดนี้ในราคา 18,990 บาทเท่านั้น ไปดูรีวิวกันได้เลย

Lenovo Ideapad L340 Gaming – 81LK003HTA

  • CPU: Intel Core i5-9300H
  • GPU: NVIDIA GeForce GTX 1050 (3GB GDDR5)
  • DISPLAY: 15.6 inch (1920×1080) Full HD IPS 60 Hz
  • RAM: 8 GB DDR4, 2400 MHz
  • STORAGE: HDD 1 TB
  • OS:Windows 10 Home (64 Bit)

Design

ตัวเครื่องทั้งหมดทำจากวัสดุพลาสติก ABS ที่ถูกออกแบบมาให้คล้ายกับโลหะ โดยเฉดสีทำเป็นโทน Black Graphite  ตัดด้วยสีฟ้าให้ความรู้สึกเรียบง่าย สบายตาแต่ก็มีความหนักแน่นไปในตัว พื้นผิวบริเวรฝาพับถูกปัดเสี้ยนทำให้ texture ที่ได้เหมือนโลหะมากยิ่งขึ้น ข้อดีอีกอย่างก็คือมันช่วยให้ฝาพับไม่มีคลาบรอยนิ้วมือติดนั้นเอง ไม่เพียงเท่านี้บริเวณมุมขวาของตัวเครื่องมี Logo Lenovo สีฟ้าอยู่ ทำให้ตัวเครื่องดูมีมิติมากยิ่งขึ้น

มาดูความสะดวกในการใช้งานกับบ้าง ตัวเครื่องสามารถเปิดออกมาด้วยมือข้างเดียว โดยตัวฝาพับสามารถกางได้เกือบ 180 องศาเลยทีเดียว หน้าจอที่ให้มาเป็น จอ IPS ขนาด 15.6 นิ้ว Full HD 60 Hz หน้าจอเป็บแบบผิวด้านป้องกันแสงสะท้อนได้ดีและเป็นจอขอบบางเป็นแบบ Narrow bezel โดยสีของหน้าจอให้ sRGB 63% เท่านั้น แต่สีหน้าจอที่ได้ยังถือว่ามีสีสันสดใสไม่แพ้กัน ไม่เพียงเท่านี้ด้านบนของหน้าจอยังมีปุ่มให้สามารถเลื่อนเปิด/ปิด กล้องเว็บแคมได้อีกด้วย

 

ถัดลงมาระหว่างตัวเครื่องและฝาพับ มีช่องระบายความร้อนสีฟ้าซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นตัวช่วยระบายความร้อนให้เครื่องอีกด้วย ถือว่าซ่อนช่องระบายความร้อนได้อย่างแนบเนียนและสวยงาม

ในส่วนของ Panel  Keyboard ให้มาแบบ Full Keyboard 104 ปุ่ม พร้อม Numpad  ลักษณะ lay out จัดเรียงเต็มตัวเครื่อง สีปุ่มกดเป็นสีดำตัดขอบด้วยสีฟ้า อีกทั้งรูปทรงปุ่มกดถูกออกแบบมาให้มีขนาดใหญ่โดยไม่มีการลดไซด์ปุ่มลงยกเว้นปุ่ม Narrow Key ขึ้นและลง และบริเวรขอบล่างของปุ่มถูกออกแบบมาให้มีความโค้งออกมาเล็กน้อยทำให้การใช้งาน key board ง่ายขึ้นและสะดวกมากยิ่งขึ้น ความรู้สึกขณะพิมพ์ให้สัมผัสแบบ นุ่มๆ ทุ้มๆ เหมือนยาง ในส่วนของปุ่ม function ต่างๆ จะอยู่บริเวณ F1-F12

ส่วนปุ่มเปิด/ปิดเครื่องจะอยู่บริเวณมุมขวาบนของแป้นพิมพ์ นอกจากนี้ Key board ยังมีไฟ Backlit สีฟ้าอีกด้วย ซึ่งสามารถปรับความสว่างของแสงได้ที่ปุ่ม Fn + space bar

ถัดมาที่ปุ่ม Touch pad จะอยู่เยื้องทางซ้ายของตัวเครื่องเล็กน้อย พื้นผิวถูกเคลือบเอาไว้ทำให้การใช้งานอาจไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร แต่มีข้อดีคือ touchpad เป็นรอยได้ยากและไม่อมรอยนิ้วมือไว้อีกด้วย ส่วนบริเวณพื้นผิวตัวเครื่องใช้วัสดุและลวดลายแบบเดียวกันกับบานฝาพับซึ่งจะให้ความรู้สึกเหมือนโลหะ บริเวณมุมขวามีสติกเกอร์ Lenovo อยู่ ฝั่งซ้ายมีสติกเกอร์ intel core i5 และ NVIDIA GEFORCE GTX อีกทั้งมี QC cord eSupport ใช้เมื่อเวลาเครื่องมีปัญหาก็สามารถใช้สแกนแจ้งปัญหา support ได้เลย

ในส่วนของ port การเชื่อมต่อจะอยู่ฝั่งซ้ายมือเกือบทั้งหมดซึ่งถือว่าเป็น Notebook อีกหนึ่งตัวที่ให้ port การเชื่อมต่อมาครบ โดยฝั่งขวามือมีแค่ 1 port คือ Kensington Lock ส่วนซ้ายมือประกอบไปด้วย

  • 2 port USB 3.1 type A
  • 1 port USB type  C
  • 1 port HDMI
  • 1 port RJ45 Ethernet
  • Headphone / microphone combo jack

ด้านใต้ของตัวเครื่องมีช่องดูลมเข้าขนาดใหญ่ 2 ช่อง เรียงเป็นแนวนอน 2 แถว และมี Filter สีฟ้าอยู่ภายใน ซึ่งในส่วนนี้จะตรงกับตำแหน่งพัดลมระบายความร้อนภายในเครื่องเลย บริเวณขอบถูกออกแบบมาให้ทำมุมยกขึ้น 45 องศาจากพื้น ซึ่งในบริเวณที่ถูกยกขึ้นนี้มีช่องลำโพงอยู่บริเวณมุมซ้ายและขวาของขอบตัวเครื่อง ทำให้เสียงที่ออกมาจากลำโพงมีรายละเอียดเสียงที่ชัดและดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งมีสติกเกอร์ Window 10 ติดอยู่ด้านหลังตัวเครื่องอีกด้วย

ภายในตัวเครื่อง มีชุดระบายความร้อนเป็น Heat pipe ทองแดง 2 เส้น พัดลมระบายความร้อน 2 ตัว และชุด Fin ระบายความร้อน 1 ชุด ซึ่งจะสามารถระบายความร้อนได้ทั้ง CPU และ การ์ดจอได้เลย

ในส่วนของการอัพเกรด

  • แรมสามารถอัพเกรดได้โดยการถอดตัวเก่าออกและใส่ตัวใหม่เข้าไปแทนได้

  • ในส่วนของความจุ จากเดิมให้ HDD 1 TB มาแล้ว สามารถอัพเกรดได้โดยการถอด HDD ออก และเปลี่ยนเป็น SSD 2.5 ได้ ไม่เพียงเท่านี้ยังมีช่องใส่ SSD ได้อีก 1 ช่อง ซึ่งสามารถใส่ได้ทั้ง SSD NVME หรือ SSD sata แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็น SSD m.2 เท่านั้น

โดยภาพรวมแล้วตัวเครื่องถูกออกแบบมาสวยงามตามสไตล์ Notebook Lenovo น้ำหนักของตัวเครื่องอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม รูปร่างของสายชาร์ตค่อนข้างใหญ่ตามสไตล์ gaming notebook ซึ่งสายชาร์ตมีน้ำหนักอยู่ที่ 600 กรัม เมื่อรวมกันแล้วน้ำหนักโดยรวมจะอยู่ที่ 2.8 กิโลกรัม ส่วนความหนาของตัวเครื่องอยู่ที่ 23.9 มิลลิเมตร แต่เมื่อดูมิติของตัวเครื่องที่ถูกออกแบบมาให้ด้านข้างแหลมเข้าหากันแล้ว ก็ดูเหมือนว่าตัวเครื่องไม่ได้มีความหนามากนัก

Performance

CPU ที่ให้มาเป็น Intel core i5 9400H การ์ดจอ NVIDIA GTX1050 3 GB แรม 8 GB DDR4 bus 2400 พื้นที่เก็บข้อมูล HDD 1 TB ซึ่งสเปกที่ให้มาถือว่าสามารถนำไปใช้งานได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานพวกเอกสารต่างๆ หรืองานกราฟฟิคที่ใช้โปรแกรม Photoshop , Illustator ในสแกลงานที่ไม่ใหญ่มาก เช่นลงในสื่อออนไลน์ทั่วๆไปก็สามารถทำได้ แต่ให้ระวังเรื่องสีสักหน่อยเพราะว่าหน้าจอให้ sRGB มาค่อนข้างแคปเพียง 63% เท่านั้นสีอาจจะผิดเพี้ยนไปบ้าง แต่หากจะนำมาตัดต่อสแกลงานใหญ่ๆ อันนี้แนะนำให้ใส่ ssd เพิ่มเข้าไปด้วย

สำหรับการทดสอบ CPU จาก CINEBENCH R15 ทำคะแนนได้ที่ 1651 PTS พบว่าอุณหภูมิ CPU ความร้อนสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 83 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ idel อยู่ที่ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียส

การ์ดจอที่ให้มาเป็น NVIDIA GTX1050 3 GB ที่ทำการอัพเดตมาแล้ว

สำหรับการทดสอบ 3D Mark Fire Strike สามารถทำคะแนนได้ที่ 5841 คะแนน และมี Graphic Score อยู่ที่ 6708 คะแนน ในส่วนของอุณหภูมิสูงสุดของ CPU และ การ์ดจอ เนื่องจากว่าเค้าใช้ Heat pipe ร่วมกัน อุณหภูมิเลยโดดไปอยู่ที่ 90 องศาเซลเซียส  แต่ก็ขึ้นไปเพียงแปบเดียวเท่านั้น จากนั้นอุณหภูมิก็ลดต่ำลงมา ซึ่งอุณหภูมิเท่านี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติของ gaming notebook ทั่วๆไป

การเล่นเกม PUBG  ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิคไปที่ความละเอียดระดับ medium สามารถเล่นได้ที่เฟรมเรต 50-60 FPS ถือได้ว่าเล่นได้อย่างลื่นไหล แต่ถ้าหากใครต้องการทำเฟรมเรตสูงกว่า 60 FPS ให้ปรับกราฟฟิคไปที่ความละเอียดระดับ low ลด window scale ลงมาหน่อย ก็จะทำให้เฟรมเรตสูงขึ้นได้ แนะนำให้อัพแรมเพิ่มเป็น 16 GB ก็จะทำให้เล่นได้ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น แต่ไม่แนะนำให้เอาไปสตรีมด้วยเกมส์นี้เนื่องจากว่ามันกิน CPU ค่อนข้างมาก

การเล่นเกม BattleField 5 ที่ขึ้นชื่อว่ากินสเปกโหดมาก ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิกไปที่ความละเอียดระดับ Full HD ระดับ LOW เปิด DirectX 11 ปิด V sync พบว่าสามารถเล่นได้อย่างสบาย เฟรมเรตวิ่งที่ประมาณ 50-60 FPS ขึ้นอยู่กับฉากและสถานที่ แต่แนะนำควรอัพแรมเพิ่มเป็น 16 GB เช่นกัน ใครกำลังฝึกเป็นเกมมิ้งแต่งบน้อย สามารถเริ่มได้ด้วย Lenovo Ideapad L340 ได้เลย แค่เพิ่มแรมเป็น 16 GB และปรับกราฟฟิตให้เหมาะสมก็สามารถเล่นได้ทุกเกมบนโลกใบนี้ได้

เรื่องของการใช้งานนอกสถานที่ ตัวแบตเตอร์รี่ที่ให้มาถ้าใช้งานไม่หนักมากสามารถใช้งานได้ถึง 9 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานต่อเนื่องแบบจริงจังจะอยู่ได้ประมาณ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น

โดยรวมแล้ว Lenovo Ideapad L340 ถือว่าเป็น Gaming notebook ระดับเริ่มต้นในราคาไม่ถึง 20,000 บาท เหมาะสำหรับใครที่มีงบไม่มากและอยากได้ Notebook Gaming แต่ไม่ Gaming จ๋า มาในสไตล์เรียบๆ โทนสีฟ้า สดใส ใช้ทำงานก็ได้ ใช้เล่นเกมก็ดี รวมถึงสำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ใช้ทำงานไปด้วย เล่นเกมส์ก็ได้ในราคาไม่แพง  Lenovo Ideapad L340 ถือว่าตอบโจทย์ที่สุด แนะนำตัวนี้เลย

ข้อดี

  1. เป็น Gaming notebook ระดับเริ่มต้น ในราคาประหยัด
  2. อัพเกรด RAM และ  SSD ได้
  3. ใช้ทำงานก็ได้ เล่นเกมก็โดน
  4. หน้าจอ IPS

ข้อสังเกต

  1. แบตเตอร์รี่อยู่ได้เพียง 4-5 ชั่วโมง
  2. การเล่นเกมที่กินสเปกสูงๆ ต้องปรับระดับกราฟฟิคอยู่ในระดับที่เหมาะสม

ดูรีวิวได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=tLvFIoZH5JU&t=553s

Facebook Comments