[Review] ASUS Zenbook 14 UX434F โน้ตบุ๊ค 2 หน้าจอ ตัวเล็กสเปคพรีเมียม Intel i7 Gen 10

ถ้าพูดถึง Notebook 2 จอแล้วละก็ แน่นนอนว่าหลาย ๆ คนคงนึกถึง Asus Zenbook อยู่ใจใน ซึ่งตอนนี้ทาง Asus ได้ออก Product รุ่นใหม่ล่าสุดที่ชื่อว่า ASUS Zenbook 14 UX434F เรียกได้ว่าเป็น Notebook 2 หน้าจอ สาย Premium ที่มาพร้อม CPU Intel Core i7-10510U ให้ RAM 8GB และการ์ดจอ NVIDIA GeForce MX250 พร้อม Window 10 แท้ ในราคา 33,990 บาท จะเป็นยังไงไปดูกันได้เลยค่ะ

Specification

ASUS Zenbook 14 UX 434F

Intel Core i7-10510U

NVIDIA GeForce MX250

RAM 8GB

SSD 512GB

Display 14” FHD (1920 x 1080) IPS

Windows 10 ราคา

 

Design

การออกแบบเป็นไปตามสไตล์ของ Zenbook ที่เน้นความเรียบ หรู และบางเบา และที่สำคัญทาง Zenbook 14 UX434F เค้าได้ออกแบบมาทั้งหมด 2 สีด้วยกันคือ สีน้ำเงิน Royal Blue และสีเงินซิลเวอร์ ซึ่งสามารถเลือกได้ตามใจต้องการกันเลยค่ะ โดยตัวที่เรานำมารีวิววันนี้เป็นสีเงินซิลเวอร์

วัสดุตัวเครื่องทำมาจากอะลูมิเนียม Premium grade ที่ได้รับมาตรฐานทางทหาร MIL-STD-810G จึงเชื่อถือได้ว่าวัสดุที่ใช้มีความทนทานต่อการให้งานเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังทำลวดลายขัดผิวเป็นรูปวงกลมให้ความรู้สึกความหรูหราและสวยงาม พร้อมมีโลโก้ ASUS ตัดด้วยสีโกลแชมเปนเงาวับอยู่ตรงกลาง

เมื่อเปิดบานฝาพับขึ้นมาตัวเครื่องจะถูกยกขึ้นไปประมาณ 3 องศา เป็นเทคโนโลยี ErgoLift ที่ทาง Asus ออกแบบมาโดยเฉพาะซึ่งจะช่วยให้อากาศสามารถไหลผ่านตัวเครื่องได้ดีมากยิ่งขึ้น และยังเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้ดีขึ้นอีกด้วย และที่สำคัญยังเป็นการปรับองศาการวางมือให้ถูกสรีระมากยิ่งขึ้น การพิมพ์ต่าง ๆ ก็ทำได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

 

ถัดมาในส่วนของหน้าจอ เป็นหน้าจอ IPS Full HD ขนาด 14 นิ้ว 60 Hz ขอบจอ NanoEdge แบบเพรียวบางทำให้มุมมองภาพหน้าจอที่ได้กว้างมายิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ยังให้ขอบเขตสี sRGB ถึง 92% เลยทีเดียว ถือว่าให้ขอบเขตสีมาค่อนข้างกว้าง เหมาะสำหรับการใช้งานด้านสีสันเป็นอย่างมาก เช่น ตกแต่งภาพ Lightroom  อีกทั้งผิวหน้าจอเป็นแบบ Glossy ที่จะช่วยเสริมให้สีจอมีความคม ใส มากยิ่งขึ้น แต่ข้อสังเกตุอีกอย่างของผิวหน้าจอแบบ Glossy คือจะมีเงาแสงสะท้อนเข้ามามากกว่าจอแบบผิวด้านนั้นเอง

และอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่มาพร้อมกับ Zenbook 14 UX434F คือ กล้อง IR Camera ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช่สำหรับตรวจจับใบหน้าและเมื่อใช้งานร่วมกับ Window hello ก็จะสามารถปลดล็อกหน้าจอง่าย ๆ ด้วยการแสกนใบหน้าของเรานั่นเอง

ถัดมาระหว่างขอบหน้าจอกับตัวเครื่องจะมีช่องระบายความร้อนซ่อนอยู่ พร้อมทั้ง Logo ASUS Zenbook สีโกลแชมเปนตัดของมาอย่างสวยงาม

ในส่วนของแป้นพิมพ์ เป็นแบบ tenkeyless คือไม่มีปุ่ม Numpad มาให้ โดยตัวคีย์บอร์ดถูกจัดวางมาเต็มพื้นที่ โดยมีระยะปุ่มกดที่ 1.4 มิลลิเมตร ซึ่งให้สัมผัสการกดและการเด้งของปุ่มที่ดี และยังมีแสงไฟ backlite ที่สามารถปรับแต่งได้ถึง 3 ระดับ ที่จะช่วยให้ปรับแสงไฟ LED ให้เหมาะสมกับการใช้งานของเราได้ อีกทั้งปุ่ม Fn ก็มีมาให้อย่างครบครัน แต่ที่พิเศษก็คือปุ่ม F6 ซึ่งใช้เป็นคีย์ลัดในการปรับการทำงานของหน้าจอ Screen pad 2.0 นั้นเอง

ถัดมาในส่วนที่เรียกว่าเป็นพระเอกของรุ่นนี้เลยก็ว่าได้ นั้นคือหน้าจอ Screen pad 2.0 หน้าจอขนาด 5.65 นิ้ว ที่ถูกพัฒนาเพิ่มเติมจากรุ่นก่อนให้มีอินเทอร์เฟซแบบหน้าจอโทรศัพท์มือถือมากยิ่งขึ้น และยังสามารถรอบรับแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้มากขึ้นอีกด้วย

โดยฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ ที่มีมาให้ เช่น Numpad ที่ Keyboard ไม่ได้มีมาให้เราก็สามารถกดใช้งานตรงนี้ได้เช่นกัน

หรือจะเป็น Function Handwriting ซอฟต์แวร์อัจฉริยะ ที่สามารถจับตัวอักษรที่เราเขียนไว้ screenpad ออกมาเป็นข้อความให้อัตโนมัติ

ไม่เพียงเท่านี้ยังสามารถใช้งานเป็นเสมือนเป็นหน้าจอที่ 2 ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการดูหนัง ฟังเพลง ดู Youtube ต่างๆ ก็สามารถทำได้โดยลากหน้าจอหลักลงมาด้านล่าง ทำให้การใช้งานสะดวกสะบายมายิ่งขึ้น และยังรอบรับการทำงานแอพพลิเคชันเช่น Word, Exel, Slid ได้อีกด้วยอีกทั้งยังสามารถสลับโหมด Screenpad เป็น Touchpad ได้อย่างง่าย ๆ โดยใช้นิ้วมือเพียง 3 นิ้วแตะลงไปบนหน้าจอ Screenpad พร้อม ๆ กัน ก็จะสลับเข้าสู่โหลด Touchpad นั้นเอง

 

ในส่วนของสติ๊กเกอร์ฝั่งขวามือบ่งบอกถึง Feature ต่าง ๆ ที่มีมาให้ และฝั่งซ้ายมือมีสติ๊กเกอร์ Intel core i7, NVIDIA, และ Perfect warranty จาก Asus

ไม่เพียงเท่านี้ตัวเครื่องยังมี Software My ASUS ไว้ใช้สำหรับปรับแต่ง mode การทำงานต่าง ๆ ของตัวเครื่องให้เหมาะสมแก่การใช้งานอีกด้วย

ส่วน Port การเชื่อมต่อที่มีมาให้ดังต่อไปนี้

1 x Type-C USB 3.1 (Gen 2)
1 x Type-A USB 3.1 (Gen 2)
1 x Type-A USB2.0
1 x HDMI
1 x micro SD card
1 x audio jack combo

ด้านใต้ตัวเครื่องมีช่องดูลมเข้า 1 ช่อง และบริเวณมุมซ้ายและขวา มีช่องลำโพงอยู่ 2 ช่องด้วยกัน โดยระบบลำโพงจาก Harman/ Kardon ซึ่งทำรายละเอียดเสียงออกมาค่อนข้างดีเลยค่ะ

การอัพเกรต

สำหรับ ASUS Zenbook 14 UX434F วัสดุด้านใต้ตัวเครื่องทำออกมาอย่างแน่นหนา แทบจะเรียกได้ว่าไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการอัพเกรตเพิ่มเติมใด ๆ อีกทั้งสเปกที่ให้มาก็เพียงพอต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก จึงไม่แนะนำให้อัพเกรตเพิ่มเติมค่ะ

โดยรวมแล้วตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เพรียวบาง โดยตัวเครื่องมีความยาวเพียง 16.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักอยู่ที่ 1.27 กิโลกรัมเท่านั้น มีขนาดเทียบเท่ากระดาษ A4 เลยก็ว่าได้ ทำให้สามารถพกพาได้อย่างสะดวก โดยแบตเตอรี่ให้มาถึง 10 Watt เลยทีเดียว ซึ่งจากการทดสอบด้วย Program battery monitoring พบว่าแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8.30 ชั่วโมงเลยทีเดียว

Performance

สำหรับฮาร์ดแวร์ของ  ASUS Zenbook 14 UX434F ใช้ของค่าย Intel โดยใช้ CPU เป็น Intel Core i7-10510U 4 core 8 threads  ที่มีความเร็ว Base clock 8 GHz และ Boots clock  4.9 GHz ถือได้ว่า CPU ทำงานได้ค่อนข้างเร็วเลยทีเดียว จึงหมดห่วงเรื่องอาการ CPU หน่วงไปได้เลย สำหรับแรม RAM ที่ให้มาเป็นแบบ 8 GB DDR 3 เนื่องจากตัว Zenbook 14 UX434F ต้องการตัวเครื่องที่บางจึงเลือกใช้เป็น LP DDR3 มากกว่า แต่ประสิทธิภาพยังคงสูงเหมือนเดิม

และที่สำคัญ ASUS Zenbook 14 UX434F ถูกออกมาแบบมาให้เน้นการประหยัดพลังงาน ทำให้ CPU กินไฟเพียงแค่ 15 watt เท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้การทำงานของ CPU ถูกจำกัดลงไปบ้าง ดังนั้นหากใครจะนำไปใช้งานหนัก ๆ เช่น Render Video file ใหญ่ ๆ อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ซึ่ง ASUS Zenbook 14 UX434F ออกแบบมาให้เหมาะแก่การนำไปใช้งานทั่ว ๆ ไปเสียมากกว่า เช่น Microsoft office, Ps, Ai, Lr หรือการนำไปเขียนโปรแกรม ก็สามารถทำงานได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ

และการ์ดจอที่ให้มาเป็นแบบ GeForce MX250 ซึ่งจริง ๆ แล้วด้วยประสิทธิภาพตัวการ์ดจอเองไม่เหมาะแก่การเล่นเกมหนัก ๆ เท่าไหร่ แต่หากใครอยากลองนำไปเล่นเกมแก้เบื่อ ก็สามารถนำไปเล่นเกมเบา ๆ ได้ เช่น เกมใน Window,  Overwatch, Dota, LOL, The Sim เป็นต้น

โดยความแรงของ SSD ที่ให้มา มีความเร็ว Read ที่ 1442 MB/s ความเร็ว Write อยู่ที่ 497 MB/s

 

สำหรับการทดสอบ CPU จาก CINEBENCH R20 ทำคะแนนได้สูงถึงที่ 1,204 PTS อุณหภูมิ CPU ความร้อนสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 90 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่  70 องศาเซลเซียส ส่วนอุณหภูมิ Idle ขณะเปิดเครื่องไว้เฉยๆ อยู่ที่ประมาณ 40-50 องศาเซลเซียสเท่านั้นเอง เนื่องจากว่า ASUS Zenbook 14 UX434F ออกแบบมาให้เป็น Notebook ประหยัดพลังงาน จึงทำให้คะแนนที่ได้อาจจะดูไม่สูงมากนักนั่นเอง

ทดสอบการเล่นเกม THE SIM 4 ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิคไปที่ระดับ LOW เฟรมเรตเฉลี่ยขณะเล่นเกมอยู่ที่ 100 FPS เลยทีเดียว สามารถเล่นได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ

การเล่นเกม PUB G  ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิค Very low และ View distance ไปที่ระดับ Very low ปรับทุกอย่างต่ำหมด ปรากกฏว่าภาพค่อนข้างแตก เล่นเกมไปอาจจะเกิดอาการหัวร้อนขึ้นมาได้อย่างง่าย ๆ จึงไม่แนะนำเท่าไหร่ค่ะ

โดยรวมแล้วเป็น ASUS Zenbook 14 UX434F ถือว่าเป็น Notebook สำหรับการทำงาน ที่เน้นความเรียบหรู เพรียวบาง น้ำหนักเบาสามารถพกพาได้สะดวก เหมาะแก่การนำไปใช้งานโปรแกรม Microsoft office , Ps, Ai, Lr, ตกแต่งภาพหรืองานด้านเขียนโปรแกรมก็ได้เช่นกัน แต่ไม่เหมาะแก่การนำไปทำงานพวกงานตัดต่อวีดีโอ, ออกแบบสถาปัตฯ เท่าไหร่นัก โดยรวมแล้วเหมาะสำหรับคนทำงาน Office, นักธุรกิจ, นักศีกษา ค่ะ

 

ข้อดี
  1. ขนาดกระทัดรัด
  2. น้ำหนักเบา
  3. แบตเตอร์รี่อยู่ได้นาน
  4. สเปกเพียงพอ ไม่ต้องอัพเกรต
ข้อสังเกต
  1. ไม่เหมาะแก่การนำไปเล่นเกม
  2. การใช้งานเกี่ยวกับงานตัดต่อวีดีโออาจจะไม่เพียงพอเท่าไหร่

รีวิว : https://www.youtube.com/watch?v=N4leiOE03UQ&feature=youtu.be

สามารถสั่งซื้อได้ที่

Advice : https://bit.ly/3divMCH

 

Facebook Comments