[Review] Apex Gaming AG-850M 80+ Gold ประสิทธิภาพเต็มร้อย แต่จ่ายน้อยเกือบครึ่ง

ในยุคที่การ์ดจอแรง ประสิทธิภาพสูง แต่กินไฟหนักอย่างการ์ดจอ AMD หรือ Nvidia รุ่นสูง ๆ ได้รับความนิยมไปจัดสเปคคู่กับ CPU ประสิทธิภาพสูง ซึ่งก็ต้องการการ Overclock เพื่อให้สามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น แน่นอนว่า PSU วัตต่ำ ๆ ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อีกต่อไป ทางออกก็คือ PSU Apexgaming AG-850M จาก Tsunami ผมเชื่อว่านี่คือสิ่งที่หลาย ๆ คนรอคอย กับพาวเวอร์ซัพพลายประสิทธิภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึง ถ้าอย่างนั้นเรามาทำความรู้จักกับ Apexgaming AG-850M ตัวนี้กันดีกว่า

หน้าตากล่องมาในโทนฟ้าดำ เรียบง่ายแต่ว่าดูดี โชว์รูป PSU อยู่ที่หน้ากล่องเด่นเป็นสง่า พร้อมบอกฟีเจอร์ต่าง ๆ ขอ PSU ตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็น รองรับ SLI และ Crossfire ภายในใช้ตัวเก็บประจุ Rubycon จากประเทศญี่ปุ่น สายไฟเป็นแบบ Full Modular และ มาตรฐานความปลอดภัยต่าง ๆ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ โลโก้ 80 PLUS GOLD เพื่อยืนยันประสิทธิภาพการจ่ายไฟของ PSU ตัวนี้ นอกจากนนี้รอบ ๆ ตัวกล่องยังระบุสเปค และรายระเอียดต่าง ๆ ไว้โดยรอบ

ภายในกล่องมาพร้อมกับ PSU ที่ถูกห่อกระดาษกันกระแทกไว้อย่างดี ส่วนสาย Modular ถูกใส่ไว้ในถุงผ้ากำมะหยี่ แถมมีสายไฟ Power Cord C13 ให้มาด้วย นอกจากนี้ยังมีแผ่นคู่มือ และเอกสารแสดงการรับรองต่าง ๆ ให้มาภายในกล่องด้วย

สาย Modular ที่แถมมาจะมีดังนี้
– Motherboard 24 Pin x 1
– CPU 4+4 Pin x 1
– PCI-E 6+2 Pin 2 Connectors x 3
– L4P Molex  4 Connectors x 1
– SATA 4 Connectors x 1
– SATA 3 Connectors x 2
– Floppy x 1

คุณภายสายไฟที่ให้มาในส่วนของสาย Modular ถือว่างานดี แน่นหนา หัวคอนเน็กเตอร์ต่าง ๆ ก็สามารถเสียบได้แน่นกระชับ ถอดใส่งายไม่มีหลวม คุณภาพสายดีเยี่ยม คาดว่าน่าจะมาเป็นสาย OEM จากโรงงานเดียวกันกับหลาย ๆ แบรนที่เราคุ้นเคย เพราะหน้าตาสายเหมือนกันอย่างกับแกะ แต่ใส่ส่วนสาย Power Cord ที่ให้มาดูแล้วค่อนข้างบางไปสักนิดนึง ถ้าเทียบกับมาตรฐานการจ่ายไฟ 850W ควรจะแถมสายที่มีขนาดใหญ่กว่านี้สัก 1 เบอร์จะดีมาก แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ขนาดสาย Power Cord ก็ไม่มีผลต่อการใช้งาน และประสิทธิภาพการจ่ายไฟ แต่มีผลต่อความรู้สึกคนที่ได้สัมผัส

ในส่วนของตัว PSU มาในรูปทรงสี่เหลี่ยมคม ๆ ในแบบที่เราคุ้นตากันดี แต่มีการแฝงลูกเล่นการออกแบบให้ดูสะดุดตา ทางฝั่งบอดี้ทั้ง 2 ข้างมีการปั้มให้เป็นร่องลงไป และยังมีการติดสติ๊กเกอร์ชื่อรุ่น AG-850M มองดูสวยงามดี สามารถโช์ตัว PSU ได้ไม่ต้องอายใคร ทางฝั่งพัดลม ภายในใช้พัดลมขนาด 140 mm สำหรับระบายความร้อน ส่วนการออกแบบตะแกรงพัดลมก็ถือว่าสวยงาม โดดเด่นด้วยโลโก้ G ตรงกลาง ส่วนฝั่งตรงกันข้าม มีการติดสติ๊กเกอร์แสดงประสิทธิภาพในการจ่ายไฟ

ส่วนพอร์ตเสียบสาย Modular ทำออกมาได้ดี แน่นหนาแข็งแรงเสียบได้ไม่มีโยกคลอน ให้หัว 6 Pin มาทั้งหมด 5 พอร์ต และให้ 8 Pin มา 4 พอร์ต ส่วนของพอร์ต 24 Pin นั้นแยกออกจากกันเพื่อลดพื้นที่ในการติดตั้่ง  นอกจากนี้ยังมีการสกรีนลาย แสดงให้เห็นว่าช่องไหนสำหรับเสียบสายอะไร ในส่วนช่องระบายความร้อนด้านหลังมาพร้อมกับพอร์ตเสียบสาย Power Cord  และ Power Switch

ดูภายนอกกันมาพอแล้ว เรามาดูที่ภายในกันบ้าง  ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่จะบอกถึงประสิทธิภาพของ AG-850M เพียงแค่ดูด้วยสายตาก็บอกได้เกือบหมด ซึ่งการแกะ PSU ตัวนี้ค่อนข้างซับซ้อน เพราะมีน๊อต 4 ตัวที่ถูกสติ๊กเกอร์ติดทับ ทำให้กว่าจะแกะมันออกมาได้ก็ใช้เวลาอยู่สักพักนึงเลยทีเดียว ในส่วนของตัวฝาครอบได้ติดตั้งพัดลม 12V ขนาด 140mm ไม่มีไฟ RGB ซึ่งก็มีขนาดที่ใหญ่เต็มฝาครอบพอดี การติดตั้งทำได้อย่างแน่นหนา ส่วนสายพัดลมนั้นถูกบัดกรีติดกับบอร์ดและยิงกาวทับอีกที ทำให้ไม่สามารถถอดออกมาได้

ไส้ในกำลังจ่ายไฟ 850W แผงวงจรต่าง ๆ ดูหนาแน่นสมราคา ออกแบบมาให้ผ่านมาตรฐาน 80+ Gold แต่ถ้าให้เทียบกับไส้ในของ PSU 80+ Gold ในแบรนด์อื่นที่ราคาสูงกว่าก็จะเห็นความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในส่วนของ Capacitor และชิ้นส่วนบางชิ้นที่จะถูกลดทอนลงไป ส่วนอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ให้มานั้นถือว่าคุณภาพอยู่ในระดับที่ดีไว้ใจได้ แต่ไม่ถึงกับดีที่สุด ซึ่งไม่ใช่ของโนเนมไร้คุณภาพอย่างแน่นอน ซิงก์ระบายความร้อนในจุดต่าง ๆ ให้มาค่อนข้างเยอะ การจัดวางเลย์เอ้าต่าง ๆ ถือว่าดูเป็นระเบียบช่วยป้องกันการลัดวงจรได้เป็นอย่างดี


คุณภาพการผลิตนั้นถือว่าดีเทียบได้กับแบรนด์ดังราคาแพง เพราะโรงงานของแบรนด์ Apexgaming นั้นได้เป็นผู้ผลิต PSU ให้กับแบรนด์ดังที่เราคุ้นเคยหลาย ๆ แบรนด์ด้วยกัน งานบัดกรีในจุดต่าง ๆ ที่เป็นงานฝีมือ ถือว่าทำออกมาค่อนข้างดี ถือว่างาน QC ใช้ได้ในระดับหนึ่ง

Capacitor ทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่จากแบรนด์ Rubycon ทั้งตัวใหญ่สีดำขนาด 400V 330uF และตัวเล็กสีน้ำตาลขนาด 2200uF ซึ่งเป็นเกรดระดับปกติที่นิยมใช้กันใน PSU ทั่วไป ซึ่งอายุการใช้งานทางผู้ผลิตได้เคลมเอาไว้ว่ายาวนานไม่ต่ำกว่า 10 ปีเลยทีเดียว (แต่ประกันไทยแค่ 3 ปี นะ)

นอกจากนี้ตัว Capacitor ยังมีแบบคุณภาพสูงที่เป็น Aluminum Capacitor ที่สามารถใช้งานได้ยาวนาน และทนทานกว่าแบบธรรมดา สำหรับใช้งานในส่วนของ Controller แรงดันไฟ ซึ่งจะใช้ชิป IC ในการควบคุมแรงดันไฟฟ้า

ระบบป้องกันจากไฟบ้าน 220V นั้นก็เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ ซึ่งส่วนนี้จะถูกแยกออกจากแผงวงจรหลัก โดยจะมีทั้งตัวกรองไฟฟ้าและ MOV สำหรับป้องกันไฟฟ้ากระแสเกิน ฟ้าผ่า ฟิวส์แบบเซรามิก และมี Coil สำหรับกรองไฟอีก 1 ชั้น ช่วยลด Noise ก่อนที่จะเข้าสู่งแผงวงจรหลัก ส่วนสายไฟสีเขียว ที่เห็นนั่นคือสายดิน ป้องกันไฟดูดเมื่อเราเอามือจับเคสคอม

หม้อแปลงไฟขนาด 12V ถูกติดตั้งไว้ข้าง ๆ กับชุด Controller ซึ่งตัวไส้ในโดยรวมถือว่าให้มาดีสมกับราคาค่าตัว คุณภาพไม่ได้เทพมากแต่ก็เพียงพอกับการใช้งาน ไม่เป็นระเบิดเวลาอย่างแน่นอน

การนำไปใช้งานเรียกได้ว่าเหลือเฟือสำหรับ Gaming Deaktop ทั่ว ๆ ไปสามารถใช้งานร่วมกับ CPU ตัวท๊อปกินไฟเยอะ ๆ อย่าง Intel Core i9 – 9900K หรือจะเป็นคอมพิวเตอร์ Workstation อย่าง Ryzen Threadripper และยังรองรับการใช้งานร่วมกับการ์ดจอระดับท๊อปได้ทุกรุ่น หรือจะนำมา SLI หรือ Crossfire กับการ์ดจอระดับกลาง ๆ ได้ ตัวอย่างสเปคที่ใช้ทดสอบกับ AG-850M คือ Ryzen 7 2700X และการ์ดจอ MSI RTX 2070 DUKE ซึ่ง OC แบบเต็มที่ AG-850M ก็สามารถจ่ายไฟได้เพียงพอแบบนิ่ง ๆ แน่นอนว่าเซ็ตนี้กินไฟเต็มที่ประมาณ 250-300 W ก็ถือว่าเกินพอสำหรับการใช้งานในระยะยาวโดยที่ตัว PSU โหลดไม่หนัก

โดยรวมแล้ว Apex Gaming AG-850M ถือเป็น PSU ประสิทธิภาพสูงราคาประหยัด เหมาะกับ HI-End Gaming Desktop PC หรือ Desktop Workstation ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้ชิ้นส่วนระดับเทพ แต่ถ้าหากผ่านมาตรฐาน 80+ Gold ได้ก็ถือว่าเป็น PSU ที่สามารถไว้วางใจได้ ถึงขนาดที่ผู้ผลิตตีตราติดหน้ากล่องว่า 10 ปีเลยทีเดียว แต่ในไทยประกัน 3 ปี ถ้าให้มาอย่างน้อย 5 ปี จะเป็นอะไรที่เยี่ยมมาก และถ้าหากในราคาที่เท่ากันแบรนด์อื่นจะได้เป็น 80+ Bronze แต่สำหรับ Apex Gaming AG-850M ได้ 80+ Gold เลยทีเดียว ส่วนใครสนใจก็สามารถสั่งซื้อได้ผ่านทาง Lazada

สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่

ข้อดี
1. ราคาถูก
2. ประสิทธิภาพไว้ใจได้
3. การออกแบบสวยงาม

ข้อสังเกต
1. ประกัน 3 ปี
2. ไม่มีไฟ

Facebook Comments