[Review] ACER Swift 3 Ryzen 7 4700U บาง เบา ไม่แพง แรง คุ้ม

เมื่อพูดถึง Acer Series Swift แล้วเนี่ย แน่นอนว่างานบางเบา เรียบหรู ดูแพงก็มา และวันนี้ทาง Acer ก็ได้เปิดตัวโปรดักรุ่นใหม่ล่าสุดของ Series Swift 3 มาเป็นที่เรียบร้อย ที่มีชื่อรุ่นว่า Acer Swift 3 Ryzen 7 4700U มาพร้อมชิปประมวลผลสุดแรงจากค่าย AMD รุ่น Ryzen 7 4700U ตัวใหม่ล่าสุดอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่ง Ultrabook ที่มาแรงไม่แพ้ใครเลยทีเดียว ด้วยสเปกที่ให้มาประกอบด้วย CPU AMD RYZEN 7 4700U ให้ RAM มา 8 GB LPDDR4 ความจุอยู่ที่ 512 GB PCIe/NVMe M.2 SSD มีการ์ดจอมาให้ในตัวเป็น AMD RADEON GRAPHICS (INTEGRATED) หน้าจอแบบ IPS Full HD ขนาด 14 นิ้ว มาพร้อม WINDOWS 10 HOME เท่านี้ยังไม่พอ ยังแถมโปรแกรม OFFICE HOME & STUDENT 2019 ให้ในตัว ในราคาเพียง 25,900 บาทเท่านั้น ไปดูรีวิวกันได้เลย

Specification

Acer Swift 3 Ryzen 7 4700U

CPU: AMD RYZEN 7 4700U

RAM: 8 GB LPDDR4

STORAGE: 512 GB PCIe/NVMe M.2 SSD

DISPLAY: 14″ FULL HD IPS

VGA: AMD RADEON GRAPHICS (INTEGRATED)

OS: WINDOWS 10 HOME + OFFICE HOME & STUDENT 2019

Design

การออกแบบ Acer Swift 3 Ryzen 7 4700U โดยรวมแล้วแทบจะไม่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้านี้มากนัก ซึ่งรุ่นใหม่นี้ยังคงเน้นความบางเบา เรียบหรูเช่นเคย โดยวัสดุตัวเครื่องทำจากอะลูมิเนียมอัลลอยด์คุณภาพดี ให้สัมผัสที่เป็นโลหะแข็งแรงทนทาน ซึ่งในตัว Acer Swift 3 Ryzen 7 4700U รุ่นใหม่ล่าสุด ได้เพิ่มโทนสีใหม่ขึ้นมา นั่นคือ สี Mauve Purple ออกแนวสีม่วงโกล บลูเบอร์รี่ เชอร์รี่ ประมาณนั้น เป็นที่ถูกอดถูกใจหนุ่ม สาว ที่มีความคลูอยู่ในตัวอย่างแน่นอน

มาเริ่มที่ตัวบานฝาพับทำจากวัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยด์ทั้งแผ่น พร้อมมีโลโก้ acer อยู่ตรงกลาง

เมื่อเปิดบานฝาพับขึ้นมาก็จะพบกับหน้าจอ IPS Full HD ขนาด 14 นิ้ว ขอบจอเป็นแบบ narrow boarder บางเฉียบให้มุมมองภาพที่ได้กว้างมากยิ่งขึ้น หน้าจอเป็นแบบผิวด้านตัดแสงสะท้อนได้เป็นอย่างดี ให้ขอบเขตสี sRGB มาที่ 62% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นขอบเขตสีมาตรฐานทั่วไป ดังนั้นหากใครที่จะนำไปใช้งานด้านสีสันแบบจริงจัง ตกแต่งภาพระดับโปรก็อาจจะไม่เหมาะเท่าไหร่นัก แต่หากใครที่ไม่เคร่งเรื่องสีมากนักจะนำไปใช้งานพวก Art work หรือตกแต่งภาพทั่ว ๆ ไปก็สามารถทำได้เช่นกัน

ขอบด้านบนของจอยังคงให้กล้องเว็บแคมและไมโครโฟนมาเหมือนเดิม ส่วนขอบล่างของจอมีโลโก้ acer อยู่ตรงกลาง

ตัวแกนฝากพับสามารถกางหน้าจอได้กว้างถึง 180 องศาเลยทีเดียว ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างหลายหลาก แต่มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือ ด้วยความที่ขอบบานฝาพับด้านใต้ไม่มีตัวยางรองขอบมาให้ ทำให้เวลาเปิดบานฝาพับกว้าง ๆ แล้วเนี่ย ตัวบานฝาพับจะสัมผัสกับพื้นโดยตรง ซึ่งในจุดนี้อาจจะทำให้ตัวเครื่องเป็นรอยขีดข่วนได้โดยง่ายนั่นเอง

บริเวณแกนฝาพับมีช่องระบายความร้อนซ่อนอยู่ 2 ช่องด้วยกัน ซึ่งต่างจาก Acer Swift 3 รุ่นเดิมที่ให้ช่องระบายความร้อนมาแค่ 1 ช่องเท่านั้น ในส่วนของประสิทธิภาพการระบายความร้อนจะมากขึ้นหรือไม่นั้น สามารถอ่านได้จากผลเทสได้เลยค่ะ ส่วนบริเวณแกนฝาพับมีตัวอักษร SWIFT เล่นลวดลายไว้อย่างสวยงาม

ถัดมาในส่วนของ Panel keyboard เป็นแบบ Ten keyless คือไม่มีปุ่ม Numpad มาให้ ตัวปุ่มกดเป็นแบบ Chiclet Keyboard เว้นระยะห่างระหว่างปุ่มออกมาได้แบบพอดี สามารถรองรับการพิมพ์ได้เป็นอย่างดี ตัวคีย์บอร์ดมีไฟ LED มาให้ สามารถเปิดและปิดไฟได้ผ่านปุ่ม F8

การวาง layout ของคีย์บอร์ดลักษณะนี้ มีข้อสังเกตอยู่อีกอย่างคือ ตำแหน่งของปุ่ม Power ที่มีการจัดวางไว้ใกล้กับปุ่ม Delete และ Backspace ซึ่งบางทีอาจเผลอไปโดนได้โดยง่าย ส่งผลให้หน้าจอดับแบบงง ๆ ดังนั้นอาจจะต้องทำการเรียนรู้ปุ่มกดสักหน่อยเพื่อความชินมือค่ะ แต่ทั้งนี้เราสามารถไปปรับตั้งค่า Action ของปุ่ม power ที่ window ได้เช่นกัน

ถัดมาบริเวรมุมขวาล่างมีปุ่มสแกนลายนิ้วมือมาให้ เมื่อใช้งานร่วมกับ window hello ก็สามารถ log in เข้าใช้งานคอมพิวเตอร์ได้โดยง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว เพิ่มความปลอดภัยได้อีกหนึ่งระดับ

ในส่วนของ Touch pad เป็นแบบซ่อนปุ่มติดตั้งมาแบบหนาแน่น ให้สัมผัสการ touch ได้อย่างลื่นไหลเลยทีเดียวค่ะ

สติ๊กเกอร์ฝั่งซ้ายมีสติ๊กเกอร์ AMD RYZEN4 4000 series, AMD RADEON, และ service hour มาให้ ส่วนฝั่งขวามีสติ๊กเกอร์ Feature ต่าง ๆ ของ Acer Swift 3 Ryzen 7 4700U

ในส่วนของ Port การเชื่อมต่อให้ 1xUSB 2.0 type-A, Jack 3.5 audio, 1xHDMI, 1xUSB 3.2 Type-A, 1xUSB 3.1 Type-C โดยรวมแล้วพอร์ตการเชื่อมต่อที่ให้มาถือว่าค่อนข้างน้อยค่ะ

ถัดมาในส่วนของด้านใต้ตัวเครื่องเป็นอะลูมิเนียมทั้งแผ่น และมีแผงระบายความร้อนอยู่ พร้อมช่องลำโพงซ้าย ขวา แบบ Stereo

ตัวเครื่อง ACER Swift 3 Ryzen 7 4700U มีสติ๊กเกอร์จากโรงงานแปะไว้ที่หัวน็อต นั่นหมายความว่าเราไม่สามารถแกะหรืออัพเกรดใด ๆ ได้นะคะ หากเราเผลอไปแกะแล้วเนี่ย ก็จะทำให้ตัวเครื่องหมดระยะประกันไปได้แบบดื้อ ๆ แต่วันนี้เนื่องจากเป็นตัวเครื่องรีวิว Underdesktop ก็ไม่รอช้า ขออนุญาตแกะตัวเครื่องออกมาให้ทุกคนได้เห็นจะ ๆ กันเลย

แม้ว่าตัวเครื่องจะทำช่องระบายความร้อนมา 2 ช่อง แต่จริง ๆ แล้วพบว่าภายในตัวเครื่องมีชุดระบายความร้อนเพียง 1 ชุดเท่านั้น นั่นคือให้พัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่มา 1 ตัว ฟินระบายความร้อนขนาดใหญ่มา 1 ตัว และใช้ Heatpipe ระบายความร้อนจากชิป CPU โดยตรง ในส่วนของสถาปัตย์ตัวเครื่องภายใน ใช้ชิปประมวลผลเป็น AMD RYZEN 7 4700U เทคโนโลยี 7 นาโนเมตร ที่ขึ้นชื่อว่ามีความเร็วและแรงมาให้ ส่วนตัว Graphic card เป็น AMD RADEON แบบ on CPU ในส่วนของ RAM และ SSD เป็นแบบ on board ทั้งคู่ โดยรวมแล้วตัวเครื่องภายในไม่ได้ออกแบบมาให้เหมาะแก่การอัพเกรดใด ๆ ได้เลย

ในส่วนของระบบลำโพงเป็น Stereo ของทาง acer โดยตรง และแบตเตอรี่เป็น Li-ion แบบ 3 เซลล์ ความจุ 3600 มิลลิแอม ซึ่งตัวแบตถือเป็นจุดเด่นอีกส่วนของ Acer swift 3 Ryzen 7 4700U เลยก็ว่าได้เนื่องจากทาง Acer เค้าเครมว่าตัวแบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานถึง 13 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ตัวสายชาร์จมีขนาดไม่ใหญ่มาก สามารถพกพาได้อย่างสะดวก และสามารถชาร์จได้อย่างรวดเร็วแค่เพียง 30 นาที ตัวเครื่องก็สามารถใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมงเลยทีเดียว

มิติตัวเครื่องโดยรวมแล้วถูกออกแบบมาให้มีความบางและเบาเป็นพิเศษ ซึ่งตัวเครื่องบางเพียง 15.9 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 1.2 กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อรวมกับตัวสายชาร์จแล้วพบว่าน้ำหนักรวมกันไม่ถึง 1.4 กิโลกรัม จึงสามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกสบาย

Performance

Acer swift 3 Ryzen 7 4700U มาพร้อมจุดเด่นด้วยชิปประมวลผล AMD RYZEN 7 4700U ด้วยเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร ที่มีสถาปัตยกรรมแบบ Renoir 8 cores 8 threads ความเร็ว Base Clock อยู่ที่ 2.0 GHz และ Boost Clock อยู่ที่  4.1 GHz เป็น CPU ที่มีการ์ดจออยู่ด้วยกัน ในส่วนของ RAM ให้มา 8 GB LPDDR4 และ SSD ให้มาที่ 512 GB PCIe/NVMe M.2 SSD เป็นแบบ on board ทั้งหมด

โดยความแรงของ CPU AMD RYZEN 7 4700U เทียบเท่ากับ 93% ของ CPU Intel i7-8700K เลยทีเดียว เรียกได้ว่าความแรงเกือบเทียบเท่า CPU บน Notebook Gaming เลยก็ว่าได้ ถือว่าแรงมากเลยค่ะ

SSD ให้มาที่ 512 GB PCIe/NVMe M.2 SSD มีความเร็ว Read 2192 MB/s  และความเร็ว Write 1037 MB/s

สำหรับการทดสอบ CPU จาก CINEBENCH R20 ทำคะแนนได้สูงถึงที่ 2,316 PTS อุณหภูมิ CPU ความร้อนสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 73 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ Idle อยู่ที่ 40 องศาสเซลเซียส ความเร็ว CPU สูงสุดอยู่ที่ 2.7-2.8 GHz เนื่องจากถูกจำกัดในเครื่องการระบายความร้อนของตัวเครื่อง เลยทำให้ความเร็วสูงสุดของ CPU ทำได้แค่ 2.7-2.8 GHz เท่านั้น ดังนั้นการใช้งานด้านตัดต่อวีดีโอถือว่าสามารถนำไปใช้งานได้ระดับหนึ่งเนื่องจาก CPU มีความแรงพอสมควร แต่ข้อสังเกตคือหากเป็นวีดีโอคลิปยาว ๆ อาจจะใช้ระยะเวลา render ค่อนข้างนานซักหน่อย เนื่องจากว่าความเร็ว CPU จะดรอปลงหากใช้งานหนัก ๆ หรือหากนำไปใช้งานพวก MS-office, Photoshop, Illustrator ก็สามารถทำได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ

การทดสอบ Battery ด้วย Program Battery Monitoring พบว่าหากนำไปใช้งานเล่นเกม เล่น Internet ด้วยแล้ว ตัวแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ประมาณ 8 ชั่วโมง

การเล่นเกม The sim 4  ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิกไปที่ความละเอียดระดับ Full HD ระดับ Medium สามารถเล่นได้อย่างสบาย ๆ เฟรมเรตวิ่งที่ประมาณ 50-60 FPS อุณหภูมิ CPU อยู่ที่ 70 องศาเซลเซียส ความแรงอยู่ที่ 1.8-1.9 GHz กิน CPU ไปประมาณ 20% อุณหภูมิการ์ดจออยู่ที่ 71 องศาเซลเซียส ก็ถือว่าเล่นได้อย่างสบาย ๆ

การเล่นเกม Counter strike goal ทดสอบโดยการปรับกราฟฟิกไปที่ความละเอียดระดับ Full HD ระดับ low สามารถเล่นได้อย่างสบายเช่นกัน เฟรมเรตวิ่งที่ประมาณ 50-60 FPS อุณหภูมิ CPU อยู่ที่ 70 องศาเซลเซียส ความแรงอยู่ที่ 2.4-3.3 GHz กิน CPU ไปประมาณ 30% อุณหภูมิการ์ดจออยู่ที่ 71 องศาเซลเซียส แต่ยังไงก็ถือว่าเล่นได้อย่างสบาย ๆ

โดยรวมแล้ว AMD RYZEN 7 4700U ถือว่าเป็น Notebook ที่คุ้มค่าอีกตัวเลยทีเดียว ทั้งในเรื่องการออกแบบ ที่เน้นความบาง เบา และเรียบหรูไปในตัว การพกพาก็ทำได้อย่างสะดวกสบาย อีกทั้งสเปกที่ให้มาถือว่าแรงมาก สามารถนำไปใช้งานด้านตัดต่อวีดีโอ Ps, Ai หรือ ใช้งาน Microsoft office ได้อย่างสบาย ๆ หรือจะนำไปเล่นเกมเบา ๆ คลายเครียดก็ได้อีด้วย และที่สำคัญ AMD RYZEN 7 4700U ยังมาพร้อมกับ Microsoft office ติดตั้งมาในเครื่องทำให้สามารถใช้งาน Office ได้ Free อย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้น AMD RYZEN 7 4700U จึงเหมาะแก่ นักเรียน นักศึกษา พนักงาน รวมไปถึงนักธรุกิจอีกด้วย ถือว่าเป็น Notebook อีกหนึ่งตัวที่คุ้มค่ามากเลยทีเดียวค่ะ

ข้อดี
  1. CPU แรง
  2. มิติตัวเครื่อง เบาบาง เรียบหรู
  3. น้ำหนักเบา
  4. สเปกคุ้ม
ข้อสังเกต
  1. ตัวบานฝาพับไม่มียางรองขอบมาให้ อาจเกิดรอยขีดข่วนได้
  2. หากนำไปตัดต่อวีดีโอคลิปยาว ๆ อาจจะใช้เวลานานสักหน่อย
  3. ขอบเขตสีที่ให้มาไม่กว้างมากนัก

Facebook Comments