“มิกกี้ กับ ทัศนคติด้านบวก” ทำไมผู้คนทั่วโลกต่างหลงรักผู้ชายคนนี้

ความประทับใจแรกที่ได้รู้จักกับผู้ชายที่ชื่อ ปองภพ รัตนแสงโชติ หรือ มิกกี้ (Mickie) คือ เค้ามีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอ มันคือรอยยิ้มที่ถูกนำพาไปมอบให้กับทุก ๆ คนที่ได้พบเจอ และนั่นคือความประทับใจแรกที่ไม่เคยจางหาย และมิกกี้เองก็ยังเป็นคนที่มีบุคลิกง่าย ๆ สบาย ๆ  ซึ่งนั่นก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ มิกกี้ ต่างเป็นเป็นที่รักของผู้คนใน Overwatch League

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาใน Overwatch League All-StarGame มิกกี้เป็นผู้ได้รับรางวัล Dennis Hawelka ในฐานะผู้เล่นผู้เล่นยอดเยี่ยมที่ได้สร้างผลกระทบในด้านบวกให้กับผู้คนใน Overwatch League ซึ่งรางวัลนี้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ เดนนิส ฮาเวลกา ที่รู้จักกันดีในนาม  “INTERNETHULK” บุคคลผู้ล่วงลับไปเมื่อเดื่อน พฤษจิกายน 2017 เพื่อเป็นการระลึกถึงฮาเวลกาในฐานะที่เค้าได้สร้างผลกระทบอย่างลึกซึ่งให้กับวงการ Overwatch

แต่สำหรับผู้ที่ติดตาม Overwatch League และ เหล่าแฟนคลับของมิกกี้มองว่า การมอบรางวัลนี้ให้กับมิกกี้เปรียบได้ดั่งแสงอาทิตย์ขึ้นยามเช้า เพราะความมีเสน่ห์อันลึกซึ้งและการมีทัศนคติด้านดีอยู่เสมอ ซึ่งการได้รู้จักกับฮาเวลกาได้มีส่วนสำคัญอย่างลึกซึ้ง ที่นำพาให้มิกกี้ไปถึงประเทศเกาหลี และยังมาไกลถึงลอสแอนเจลิส เปลี่ยนจากเด็กไทยธรรมดา ๆ คนหนึ่งให้กลายมาเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงใน Overwatch League

มิกกี้ได้กล่าวไว้ว่า “มันไม่ใช่เพียงแค่รางวัล แต่เดนนิสได้เปลี่ยนชีวิตฉัน”

ในประเทศไทย มุมมองของ E-Sport หรือ กีฬาทั่วไปนั้น ถึงแม้ว่าจะดูน่าหลงไหล แต่ก็ยังเป็นเส้นทางที่ไม่ได้มีการยอมรับได้ง่าย ๆ  ต้องใช้ความมุ่งมั่น ฟันฝ่า และ ลงมือทำอย่างจริงจังเพื่อสร้างความฝันนั้นให้มันเกิดขึ้นจริง เรื่องราวของมิกกี้นั้นคล้ายกับนักฟุตบอลชาวเกาหลีใต้ Ji-Sung Park ที่ได้มีโอกาสเซ็นสัญญากับทีมฟุตบอล Manchester United และนี่ก็เป็นตัวอย่างของผู้ที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงเพื่อที่จะไปสู่เป้าหมาย

แต่สำหรับเด็ก ๆ ในประเทศไทยและทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มิกกี้ ก็คือ Ji-Sung Park ของพวกเขา ซึ่งบางทีอาจจะเหนือกว่าเสียด้วยซ้ำ ถือเป็นความโชคดีสำหรับมิกกี้ที่เค้าได้มีโอกาสออกมาโลดแล่นบนเส้นทางนี้

Dennis Hawelka คือส่วนส่วนหนึ่งที่ไม่อาจจะลืมได้

ในฐานะ “INTERNETHULK” ฮาเวลกาได้เข้าร่วมแข่งขันกับทีม Germany ในรอบชิงชนะเลิศ Overwatch World Cup 2016 ซึ่งจัดขึ้นที่ BlizzCon และได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในระหว่างรอบแบ่งกลุ่ม และรอบตัดเชือกของ APEX tournament ประเทศเกาหลีใต้ในฤดูกาลแรก ฮาเวลกาและสมาชิกทีม EnVyUs ของเขากระจัดกระจายไปตามประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะต้องจัดกลุ่มใหม่ให้ได้อย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันรอบตัดเชือกที่จะถึง

ในขณะเดียวกันมิกกี้และทีมจากประเทศไทยที่อยู่ในกลุ่มที่เพิ่งพ่ายแพ้ทีมจีน และเอาชนะทีมฝรั่งเศษมาได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าสู่รอบตัดเชือก ในระหว่างทัวร์นาเม้นท์ มิกกี้ได้มีโอกาสไกล่ชิดกับผู้เล่นจากประเทศสเปน Jonathan Tejedor Rua ที่รู้จักกันในนาม “HarryHook” เพื่อนร่วมทีมของฮาเวลกา

“ก่อนที่พวกเราจะอำลาการแข่งขัน พวกเขาได้เข้ามาขอ Skype ของฉัน” มิกกี้เล่า ” ณ เวลานั้นยังไม่มีอะไร ไม่มีใครออกจากทีม EnVy แต่เดนนิสบอกผมว่าเพื่ออนาคต ถ้าหากวันหนึ่งเขาอาจจะต้องการใครสักคน

ในตอนนั้นเป็นช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน และอีกสองสัปดาห์ต่อมามันก็เห็นได้ชัดว่า EnVy ต้องการใครซักคน เหตุเพราะมีผู้เล่นคนหนึ่งได้ลาออกจากทีมอย่างกระทันหันในสัปดาห์ก่อนการแข่งขันรอบสุดท้ายของ APEX tournament กับทีม Rogue

ถึงคราวตกที่นั่งลำบากของฮาเวลกา เพราะตอนนั้นเขาเหลือผู้เล่นที่ดีพอสำหรับการแข่งขันนักสำคัญเพียงแค่ไม่กี่คน และกำลังจะหมดสัญญาก่อนที่จะจบฤดูการแข่งขันอีกด้วย แต่การที่จะนำผู้เล่นเกาหลีเข้ามาร่วมทีมในเวลานั้นกลับติดปัญหาด้านภาษาและเชื้อชาติ เพราะทีม EnVy คือทีมเชื้อสายอเมริกา ซึ่งนั่นเป็นอุปสรรค

แน่นอนว่าฮาเวลกาได้ Skype ไปหามิกกี้ในทันที แต่ก็สรา้งความสงสัยให้กับมิกกี้ “ทำไมต้องเป็นฉัน” เพราะมิกกี้เล่นเป็นตำแหน่ง Tank แต่คนที่ออกไปนั้นเล่นตำแหน่ง DPS ทำไมถึงไม่เลือกผู้เล่นคนอื่นในทีมของมิกกี้ แต่สำหรับเหตุผลของฮาเวลก้านั้น ไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับเกมเลย

แต่ฮาเวลกาได้บอกกับมิกกี้ว่า “เขามองไปที่บุคลิกภาพว่าฉันจัดการอารมณ์ของตัวเองอย่างไร” “เขาบอกฉันว่าหากเขาต้องการที่จะหาใครสักคนที่เล่นเกมเก่ง เขาสามารถหาได้ทุกที่ แต่เขาคิดว่าผู้ที่มีทัศนคติในด้านบวกนั้นหายาก และเขาต้องการคนแบบนั้นในทีมของเขา และนั้นเป็นเหตุผลที่เขาได้บอกกับผม”

ชมการแข่งขันแรก Mickie’s APEX debut หลังจากที่ที่มิกกี้ได้ฝึกซ้อมร่วมกับทีมเพียงไม่กี่วันและได้เอาชนะทีม Rogue มาได้ และเชื่อได้เลยว่าคุณจะต้องเห็นในสิ่งที่ฮาเวลกาเห็น

ในช่วงก่อนเริ่มการแข่งขัน ทุกคนในทีมต่างประสานมือเพื่อเรียกกำลังใจรวมถึงมิกกี้ด้วย ในจังหวะสุดท้ายมิกกี้กลับเลื่อนมือไปผิดทางอยู่คนเดียว แต่มิกกี้ก็แก้เขินด้วยการยิ้มกว้าง ๆ และคุณจะเห็นว่าเขายังยืนกอดอกเลียนแบบท่าทางของเพื่อนร่วมทีมสร้างเสียงหัวเราะให้กับผู้ชม ในขณะที่มิกกี้อยู่ในบูธก่อนที่จะแข่งขันเขาดูค่อนข้างที่จะกังวลแต่ก็ยังคงโฟกัสอยู่กับการแข่งขัน ในทุกครั้งเค้าจะยิ้มให้กับกล้องอยู่เสมอไม่ว่าจะสถาการณ์ไหนก็ตาม และคุณจะสังเกตุได้ว่าเวลามีน้อยมากในการเตรียมตัวจนทีมไม่มีเวลาทำเสื้อให้กับเขา มิกกี้จึงได้สวมเสื้อของผู้จัดการทีม

ในระหว่างการแข่งขันมิกกี้ยังคงทำตัวร่าเริง ซึ่งเขาช่วยให้ทีม EnVy คุมเกมได้ในด่าน Gibraltar ไปจนถึงการมีส่วนในการการตัดสินสำคัญทั้ง 5 ด่าน และในด่านสุดท้าย Eichenwalde มิกกี้สามารถทำ Multi-Kill ด้วยสกิล Self-Destructs ของ D.VA ส่งผลให้ทีม  EnVy คว้าชัยในการแข่งขัน ถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจ ในหลายครั้งมิกกี้มักจะโผล่มาในที่ ๆ ที่ไม่มีใครคาดถึง และดูเหมือนว่าเขาจะเป็นแบบนั้นอยู่เสมอ

“Taimou” Timo  Kettunen หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมของมิกกี้ ที่อยู่ร่วมกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว ซึ่งเค้าได้มีความทรงจำเกี่ยวกับมิกกี้ในช่วง 2-3 วันแรก

“เมื่อมิกกี้ได้เข้ามาร่วมทีม เขาแทบจะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย เรามีเวลาเพียง 3-4 วันก่อนการแข่งนัดตัดเชือกกับทีม Rogue ในเวลาที่เราออกไปทานอาหาร เขามักจะพยายามเลียนแบบในสิ่งที่เรากำลังพูดอยู่ และสำเนียงของเขามันฟังดูแข็งมาก” Taimou หัวเราะก่อนพูดอีกว่า “เขายังทำมันอยู่ตลอดเวลา มันน่ารำคาญจริง ๆ”

บุคลิกของ Mikie ทำให้เพื่อนร่วมทีมชื่นชอบในตัวเขา และมิกกี้ยังมีความสนิทสนมกับฮาเวลกาเป็นพิเศษ ซึ่งมิกกี้สามารถสื่อสารกับคนอื่นได้อย่าง่ายดาย แม้จะไม่เก่งภาษาอังกฤษมากก็ตาม ทำให้มิตรภาพของภาพของพวกเขาไปไกลกว่าขอบเขตของเกม Overwatch

“ถ้าหากเรามีเวลาว่างในช่วงวันหยุด หรือในคืนวันศุกร์ เขามักจะชวนทุกคนไปที่ไหนสักแห่ง และนั่นก็เหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตกับการที่คุุณไม่ต้องนั่งหน้าคอมเป็นเวลา 12 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่าคุณต้องหาเวลาทำอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่ เกม ฉันชอบเขาเพราะเหตุนี้”

สำหรับบรรดาผู้ที่รู้จักกับฮาเวลกา เค้าคือคนที่มีพลังในการชักนำผู้คนให้เป็นหนึ่งเดียวกันทั้งในและนอกเกม ไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยืดยาวเพราะ มิกกี้แสดงให้พวกเราได้เห็นถึงจิตวิญญาณ และความเป็นตัวเอง ซึ่งการได้รับรางวัล Dennis Hawelka Award คือสิ่งที่เหมาะสมและน่ายินดีสำหรับมิกกี้

“ในฤดูกาลแข่งขันของทีม Fuel มิกกี้ยังคงรักษาทัศนคติด้านบวกไว้อย่างคงที่ เขาเป็นคนที่คอยต้อนรับ คอยเป็นครูผู้สอน เป็นผู้คอยให้คำแนะนำ เป็นคนที่ทำงานหนัก เป็นคนที่ร่าเริง และเป็นคนแรกที่กระตือรือร้นกับสิ่งใหม่ ๆ ในทีม Fuel และลงมือทำ เขาใช้เวลาทำการรู้จักกับเหล่าแฟน ๆ เหล่าผู้เล่น และ และเหล่า Staff ที่ร่วมงานด้วย และทุกคนที่เกียวข้องกับ Overwatch”

จดหมายจากทีม Fuel อธิบายว่า Mickie เป็น “ผู้เล่นที่มีความสุขที่สุดใน  Overwatch League” และถ้าหากสามารถวัดได้เป็นหน่วยรอยยิ้มละก็ มิกกี้ชนะขาดลอย

Taimou กล่าวว่า “เขาพยายามที่จะคิดบวกอยู่ตลอดเวลา เขาพยายามอย่างหนักเพื่อยกระดับจิตวิญญาณของเพื่อนร่วมทีมคนอื่น ๆ แต่ถ้าหากเพื่อนร่วมทีมโกรธ และมิกกี้ไม่สามารภทำให้เขาสงบลงได้ เขาจะรู้สึกเหมือนล้มเหลวในการทำงาน”

สำหรับมิกกี้ การรักษาทัศนคติด้านบวกเอาไว้ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ข้ออ้างเท่านั้น เขาพยายามที่จะไม่หลอกใคร เขาเพียงแค่ต้องการให้ผู้คนมองเห็นส่วนที่ดีที่สุดของตัวเอง มันคือหลักการที่มิกกี้ได้ค้นพบ ถึงแม้ว่าจะยากในการใส่ทัศนคติด้านบวกลงไปในทุกคำพูด แต่เขาก็เต็มใจที่จะลองทำมัน

เขากล่าวไว้ว่า “มันยากที่จะควบคุมความรู้สึกใช่ไหม ?” “แต่ฉันพยายามคิดว่าฉันไม่อยากที่จะต้องรู้สึกหดหู่ และฉันไม่ต้องการที่จะทำให้เหล่าผู้คนที่อยู่ข้างหลังต้องเสียใจ แน่นอนว่าเมื่อเกิดความสูญเสียขึ้น เราย่อมรู้สึกไม่ดี แต่ผมไม่ต้องการแสดงความรู้สึกนั้นออกมา บางครั้งฉันไม่มีความสุข หรือฉันคิดว่าตัวเองบ้า ฉันก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดา บางครั้งฉันรู้สึกแย่ ฉันได้บอกกับเพื่อนร่วมทีมของฉัน ว่าไม่ต้องแสดงมันออกมา มันจะดูแย่ในสายตาแฟน ๆ ไปจนถึงครอบครัวที่กำลังดูเราอยู่ ฉันไม่อยากให้พวกเขากังวล”

มิกกี้จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เขาได้ร่วมลงแข่ง Overwatch LAN tournament คือตอนไหน เมื่อครั้งที่ยังอยู่ที่ประเทศบ้านเกิด ซึ่งทีมไทยที่ไม่ได้เข้าร่วมแข่งขัน Overwatch World Cup 2017 และพวกเข้าก็คงจะไม่ได้เข้าร่วมอีกถ้าหากประเทศไทยไม่ได้รับเลือกให้จัด Group Stage ซึ่งทักษะผู้เล่นระหว่างทีมของมิกกี้และ ทีมอื่น ๆ มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงประเทศจีน และสวีเดน แต่ก็ไม่มีอะไรที่สามารถหยุดความตื่นเต้นของเขา สำหรับการแข่งขันซึ่งจะจัดขึ้นในกรุงเทพตั้งแต่วันที่ 14-16 กันยายนนี้

“ฉันรู้สึกมีความสุข” มิกกี้ได้กล่าวไว้ “ในประเทศไทยการแขงขัน Overwatch ไม่ใช่เรื่องใหญ่ และฉันเพียงแค่ต้องการแสดงให้พวกเขาเห็นถึงสิ่งที่เรามี ซึ่ง Overwatch World Cup คือโอกาสที่ดีที่จะทำให้พวกเขาได้เห็น”

มิกกี้ เป็นหนึ่งในสมาชิกที่กลับมาจากทีมเมื่อ EnVy เมื่อปี 2016 และเขาเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่ถือว่าเป็นตัวแทนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดสูงสุดสำหรับการแข่งขัน แน่นอนว่าเขาย่อมที่จะต้องรู้สึกกดดันอย่างมหาสารเพียงแต่เขาไม่ได้แสดงมันออกมา และยังนำไปสู่การแบกภาระความรับผิดชอบที่ถูกเพิ่มเข้ามา แต่มิกกี้ก็ยังมองว่านี่เป็นโอกาสที่จะแสดงให้ผู้คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยอมรับ Esprot มากขึ้น

นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับคนรุ่นต่อไปในประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถแสดงให้พ่อแม่ของพวกเขาได้เห็นว่านี่คือ E-Sport ที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ

ในฐานะทูตของ Overwatch คุณไม่ควรที่จะถามอะไรไปมากกว่าที่มิกกี้ได้ตอบไว้ เขาไม่ใช่ Ji-Sung Park แต่คนทั่วโลกยังคงซื้อเสื้อของเขา และเด็ก ๆ ต่างที่จะมองดูมิกกี้เป็นตัวอย่าง และคิดว่าทำอย่างไรถึงจะเป็นได้เหมือนเขา ซึ่งการที่ได้รับโอกาสในการแสดงทักษะและการแสดงออกถึงตัวตนต่อหน้าคนทั่วโลก เมื่อเทียบกับการแสดงกับผู้คนในละแวกบ้านก็คงไม่มีอะไรแตกต่างกัน เพราะมิกกี้ได้บอกว่า เขาไม่ได้วางแผนที่จะเป็นอะไรอย่างอื่น นอกจากเป็นตัวเอง

“ฉันไม่ได้บอกว่าทีมของฉันดีที่สุด แต่เราจะพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะเป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุด” มิกกี้ได้กล่าวไว้ “เราจะไม่ออกไปแข่งแล้วแพ้กลับมา แต่เราจะออกไปพยายามอย่างหนักใน World Cup เราจะลองทำมันเพื่อไปสู่ BlizzCon และฉันหวังว่าพวกคุณจะยังเชื่อมันในตัวพวกเรา แม้ว่าเราจะไม่ใช้ทีมที่เล่นเกมได้ยอดเยี่ยมที่สุด แต่เราเป็นทีมที่ให้ความบันเทิงได้ดีที่สุด

คุณสามารถจินตนาการได้ไหม – รอยยิ้มนั้น?

 

ที่มา : overwatchleague

 

 

Facebook Comments